วันพุธที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568
วิธีก้าวหน้า99% กว่าคนอื่นในปี2026
MIND: ‘ถ้าไม่ฝึกตั้งแต่เด็กจะไม่เก่ง’เป็นความเข้าใจที่ผิด!เพราะคนเก่งที่สุดในแทบทุกสาขามัก ‘ค้นพบความถนัด’ เมื่อเริ่มโตแล้ว
ทำความเข้าใจแหล่งพลังงานไฟฟ้าของรถคุณ: ระบบชาร์จไดชาร์จ (Alternator Charging System)
แบบรายงานผลการจัดทำนวัตกรรมการศึกษา #เพื่อคัดเลือกวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (#BestPractice)
52 เคล็ดลับ ฝึกสมองให้จำอะไรก็ได้ง่ายๆ
วันอังคารที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2568
“อย่าเก็บคนแบบนี้ไว้ที่ทำงาน”
ไม่ใช่เพราะใจแคบ
ไม่ใช่เพราะไม่ให้โอกาส
แต่เพราะบางคน
อยู่ไปนาน ๆ
ต้นทุนที่ทีมต้องจ่าย
แพงเกินกว่าจะคุ้ม
1. คนที่ไม่รับผิด แต่รับเครดิตเก่ง
พลาดเป็นเรื่องของทีม
สำเร็จเป็นเรื่องของตัวเอง
คนแบบนี้
ไม่เพียงทำลายความยุติธรรม
แต่ฆ่าขวัญกำลังใจของทั้งองค์กร
2. คนที่เก่งทำลายบรรยากาศ
ฝีมือดี
แต่ใช้ความเก่งกดคนอื่น
ประชด เหยียด แซะ
จนคนในทีมไม่กล้าพูด
เก่งแค่ไหน
ถ้าทำให้คนอื่นไม่กล้าเป็นตัวเอง
ก็ไม่ควรเก็บไว้
3. คนที่สร้างดราม่าเป็นงานหลัก
ไม่ช่วยแก้ปัญหา
แต่เก่งขยายปัญหา
ชอบซุบซิบ
ชอบแบ่งฝักฝ่าย
คนแบบนี้
กินพลังทีมมากกว่างานที่ทำได้
4. คนที่ไม่เคารพกติกา
เลือกทำเฉพาะกฎที่เข้าข้างตัวเอง
ข้ามขั้น
ข้ามเส้น
ทำให้คนที่ทำตามกติกา
กลายเป็นคนโง่ในระบบ
5. คนที่โทษทุกอย่าง ยกเว้นตัวเอง
งานพังเพราะคนอื่น
ระบบแย่เพราะทีม
แต่ตัวเอง “ไม่มีอะไรต้องปรับ”
คนแบบนี้
ไม่มีวันเติบโต
และจะดึงทีมถอยหลังเสมอ
6. คนที่ไม่อยากพัฒนา แต่ไม่ยอมให้ใครโต
ไม่เรียนรู้เพิ่ม
ไม่ปรับตัว
แต่กลัวคนอื่นเก่งกว่า
จึงใช้วิธีถ่วง
บั่นทอน
หรือบิดเบือน
7. คนที่ขาดความเป็นมนุษย์
ไม่เห็นความเหนื่อยของคนอื่น
ไม่สนใจชีวิตนอกงาน
ใช้คนเหมือนเครื่องมือ
คนแบบนี้
อาจทำงานเก่ง
แต่ทำให้ที่ทำงาน “ไม่เหลือหัวใจ”
จำไว้นะ
องค์กรไม่ได้พังเพราะคนไม่เก่ง
แต่มักพังเพราะ
คนที่ทำลายความไว้ใจ
แล้วไม่มีใครกล้าจัดการ
การไม่เก็บคนบางประเภท
ไม่ใช่ความโหด
แต่มันคือการปกป้องคนดี
และรักษาอนาคตของทีม
ที่ทำงานที่ดี
ไม่จำเป็นต้องมีแต่คนเก่ง
แต่ต้องมีคนที่
“อยู่แล้วคนอื่นยังอยากอยู่ต่อ”
#อย่าเก็บคนแบบนี้
#วัฒนธรรมองค์กร
#ทีมที่ดีต้องคัดคน
#ปกป้องคนทำงานดี
#ทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี
นักธุรกิจเกษตร กับการตลาด
🍗 ผมมีกฎแค่สองข้อ... ทำทุกอย่างที่ทำได้ และทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้บทเรียน "It’s Never Too Late" จาก Colonel Sanders: ชายผู้เริ่มต้นความสำเร็จครั้งใหญ่ในวัย 65 ปี “ผู้พันแซนเดอร์ส” แห่ง KFC
กลยุทธ์Online Marketing ไปให้รอดในปี2026
เกิดอะไรขึ้น? พี่มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก แห่ง Meta (เจ้าของ Facebook, IG) ซื้อบริษัทสตาร์ทอัปที่ชื่อว่า "Manus"
โลก AI ก้าวกระโดดไปไกลมากค่ะ มีทั้ง AI ที่คิดเหมือนมนุษย์ ไปจนถึงหุ่นยนต์ที่เต้นบนคอนเสิร์ตได้แล้ว
วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2568
Google ได้วางระบบ AI ไว้ครอบคลุมทุกมิติการทำงาน
สิ่งที่ควร “เลิก” เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น
เลิกนินทา (Gossiping)
พลังงานที่ใช้พูดถึงคนอื่น
ควรเก็บไว้เพื่อพัฒนาตัวเอง
เพราะทุกคำที่เราพูดถึงใคร
กำลังสะท้อน “ระดับจิตใจ” ของเราโดยไม่รู้ตัว
คนที่มัวแต่มองชีวิตคนอื่น
มักไม่มีเวลาเหลือพอจะดูแลชีวิตตัวเอง
และนอกจากการนินทา
ยังมีอีกหลายอย่างที่ควร “เลิก”
ไม่ใช่เพื่อเป็นคนดีในสายตาใคร
แต่เพื่อให้ใจเราเบาลง
และชีวิตเดินได้ไกลขึ้นอย่างสงบ
เลิกเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับคนอื่น
เพราะเส้นทางของแต่ละคน
ถูกออกแบบมาด้วยบริบทที่ไม่เหมือนกัน
การวัดค่าตัวเองด้วยชีวิตคนอื่น
ไม่เคยทำให้ใครมีความสุขได้นาน
เลิกคาดหวังจากคนที่ไม่เคยตั้งใจจะเข้าใจเรา
บางคนไม่มีหน้าที่ต้องเข้าใจ
และเราไม่มีหน้าที่ต้องอธิบายซ้ำ ๆ
ให้เหนื่อยใจ
ยอมรับความจริง
แล้วถอยออกมาอย่างมีศักดิ์ศรี
เลิกฝืนอยู่ในที่ที่ไม่เห็นคุณค่าเรา
ไม่ใช่ทุกที่ที่ควรทน
ไม่ใช่ทุกคนที่ควรรักษา
การเดินออกมา
ไม่ใช่ความพ่ายแพ้
แต่คือความกล้าหาญของคนที่รู้คุณค่าตัวเอง
เลิกแบกความผิดของคนอื่นไว้กับใจ
บางเรื่อง
เราไม่ได้ผิด
แต่เรากลับรู้สึกผิด
เพียงเพราะเราเป็นคนดี
ถึงเวลาแล้วที่จะวาง
สิ่งที่ไม่ใช่ของเรา
เลิกอธิบายตัวเองให้คนที่ตั้งใจจะเข้าใจผิด
ความจริงไม่จำเป็นต้องเสียงดัง
และความเงียบ
บางครั้งคือคำตอบที่ทรงพลังที่สุด
เลิกใช้ชีวิตเพื่อเอาใจทุกคน
เพราะสุดท้าย
เราจะเป็นคนเดียวที่ไม่มีใครเอาใจ
การเลือกตัวเอง
ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว
แต่คือความรับผิดชอบต่อชีวิตตัวเอง
ชีวิตที่ดีขึ้น
ไม่จำเป็นต้อง “เพิ่ม” อะไรให้มาก
แค่ “เลิก” สิ่งที่บั่นทอนใจ
ทีละอย่าง
ชีวิตก็จะค่อย ๆ โล่ง
เบา
และชัดเจนขึ้นเอง
บางครั้ง…
การเติบโต
ไม่ใช่การวิ่งไปข้างหน้า
แต่คือการวางของหนักในใจ
แล้วเดินต่ออย่างเป็นอิสระ
#เลิกเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น
#เติบโตอย่างเงียบๆ
#พัฒนาตัวเอง
#ไม่เสียพลังงานให้เรื่องคนอื่น
#ต่างคนต่างอยู่
#ชีวิตต้องไปต่อ
ออกแบบเลย์เอาต์อินโฟกราฟิกพฤกษศาสตร์แบบมืออาชีพ(ภาษาไทย)
Gemini Prompt:แนบรูป+ชื่อ
ชื่อพืช: ..................
คำแนะนำ:
**ออกแบบเลย์เอาต์อินโฟกราฟิกพฤกษศาสตร์แบบมืออาชีพ(ภาษาไทย)โดยอิงจากภาพที่อัปโหลดและชื่อพืชที่ระบุ ห้ามสร้างภาพใหม่สำหรับภาพหลัก**
1. **ชื่อเรื่องและชื่อวิทยาศาสตร์ (ด้านบนตรงกลาง):** ที่ด้านบนสุดตรงกลางของเลย์เอาต์ ให้แสดงชื่อเรื่องหลักอย่างเด่นชัดโดยใช้แบบอักษรที่สวยงามและทันสมัย: ด้านล่างชื่อเรื่อง ให้เพิ่มชื่อวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องในวงเล็บ:
2. **ภาพหลัก (ตรงกลาง):**
* **คำแนะนำที่สำคัญ:** พื้นที่ตรงกลางต้องสงวนไว้สำหรับ **ภาพถ่ายต้นฉบับที่อัปโหลด** อย่างถูกต้อง **ห้ามสร้างภาพใหม่** **ห้ามแก้ไขรูปภาพที่อัปโหลด** ต้องรักษารูปภาพต้นฉบับทั้งหมด รวมถึงพื้นหลังและบริบท ให้คงสภาพเดิม โดยให้เป็นกรอบโฟกัสหลัก
3. **โครงสร้างเค้าโครง:** จัดวางแผงข้อมูล 5 แผงที่แตกต่างกัน (สี่เหลี่ยมผืนผ้าโค้งมนที่ดูสะอาดตา มีขอบบางและสวยงาม) ล้อมรอบกรอบรูปหลัก โดยเชื่อมต่อกันด้วยเส้นเรียบง่ายไปยังจุดศูนย์กลาง องค์ประกอบโดยรวมควรมีความสมดุลและทันสมัย
4. **ความถูกต้องของข้อมูล (การค้นคว้าอัตโนมัติตามชื่อพืช):** ค้นคว้าและใส่ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ที่ถูกต้องเฉพาะสำหรับพืชชนิดนี้ในแต่ละแผง:
* **ด้านบนซ้าย (รายละเอียดใบ):** ภาพประกอบเวกเตอร์แบบแบนเรียบง่ายและคำอธิบายแบบเรียบง่ายเกี่ยวกับลวดลายใบ เนื้อสัมผัส หรือความด่างที่เป็นเอกลักษณ์
* **ด้านบนขวา (ถิ่นกำเนิด):** แผนที่แบบแบนที่ทันสมัยและมีสไตล์ เน้นภูมิภาคต้นกำเนิดทางภูมิศาสตร์ที่ถูกต้อง พร้อมไอคอนสิ่งแวดล้อมที่เรียบหรู
* **มุมล่างซ้าย (ลักษณะการเจริญเติบโต):** ภาพประกอบแบบเรียบง่าย ทันสมัย แสดงลักษณะการเจริญเติบโตตามธรรมชาติเมื่อโตเต็มที่ (เช่น เลื้อย ทอด หรือตั้งตรง)
* **มุมล่างกลาง (การขยายพันธุ์):** แผนภาพแบบมินิมอลที่ชัดเจน แสดงขั้นตอนการขยายพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพที่สุดโดยใช้ภาพกราฟิกแบบเรียบง่าย
* **มุมล่างขวา (สิ่งจำเป็นในการดูแล):** ไอคอนแบบเรียบง่าย ทันสมัย สามไอคอน พร้อมป้ายกำกับสั้นๆ ที่ระบุความต้องการที่เหมาะสมสำหรับแสง น้ำ และอุณหภูมิ/ความชื้น
5. **คู่มือสไตล์:**
* **ดีไซน์แบบเรียบง่าย ทันสมัย และดูดี:** แผงและองค์ประกอบโดยรอบต้องใช้สุนทรียศาสตร์การออกแบบแบบเรียบง่าย สะอาดตา และดูดีมีระดับ
* **โทนสี:** ใช้โทนสีที่ดูดีมีระดับและนุ่มนวล (เช่น สีเขียวอ่อน สีเทาอ่อน โทนสีเอิร์ธโทนที่นุ่มนวล) บนพื้นหลังสีขาวสะอาดตา
* **การจัดวางตัวอักษร:** ใช้แบบอักษร sans-serif ที่สะอาดตาและอ่านง่าย
* **ภาพรวม:** การออกแบบเลย์เอาต์ที่ดูเป็นมืออาชีพ มีระดับ และชัดเจนในเชิงการศึกษา
#ภาพAiไม่ใช่ภาพจริง
Google ไม่ได้แค่ทำ AI เก่ง…แต่กำลังทำให้ “คนทำงานทุกคนมี AI เป็นลูกน้อง”
เจาะลึก Google AI Studio บอกเลยว่าตัวนี้คือ "ของดีที่คนยังใช้น้อย"
อยากเก่ง AI แต่ไม่มีเวลานั่งเรียน?นี่คือ #10Promptลัด ที่จะเปลี่ยน ChatGPT ให้กลายเป็น “ผู้ช่วยอัจฉริยะ” ของคุณทันที 💡
วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568
🚀 ยกระดับราชการไทยสู่ยุคดิจิทัล! ก.พ.ร. เผยความพร้อม "อีเมลสารบรรณ" หน่วยงานรัฐทั่วประเทศ
🚀 ยกระดับราชการไทยสู่ยุคดิจิทัล! ก.พ.ร. เผยความพร้อม "อีเมลสารบรรณ" หน่วยงานรัฐทั่วประเทศ
—————————
📌 ภารกิจสำคัญ: สำนักงาน ก.พ.ร. เร่งขับเคลื่อนหน่วยงานรัฐปฏิบัติตาม พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การทำงานที่ทันสมัย รวดเร็ว และถูกต้องตามระเบียบงานสารบรรณฯ
🏛️ เช็กสถานะความพร้อม: สรุปผลการดำเนินงานการจัดทำช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) ตามมาตรา 10 ของหน่วยงานรัฐ 8,286 แห่งทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ 17 ธ.ค. 2568) มีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:
✅ กลุ่ม "ตัวท็อป" พร้อมใช้งาน: มีหน่วยงานที่ดำเนินการถูกต้องครบถ้วนแล้ว 6,536 แห่ง (คิดเป็น 78.9%) ซึ่งมีการจัดทำประกาศกำหนดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ และใช้อีเมลรูปแบบถูกต้องตามระเบียบฯ สามารถรับส่งหนังสือราชการได้ทันที
⚠️ กลุ่ม "ต้องเร่งมือ": ยังมีอีก 1,750 หน่วยงาน (รวมกลุ่มที่ต้องแก้ไขและ อปท. ยกฐานะใหม่) ที่ยังไม่มีประกาศ หรือรูปแบบอีเมลยังไม่ถูกต้องตามมาตรฐาน ซึ่งต้องรีบดำเนินการแก้ไขโดยเร็วเพื่อให้การสื่อสารไม่สะดุด
🎯 Action Plan สำหรับทุกหน่วยงาน:
1. ตรวจสอบสถานะ: เช็กความถูกต้องของหน่วยงานผ่าน Dashboard (https://eoffice.opdc.go.th/l/a3097637)
2. เร่งแก้ไข: หากพบว่ายังไม่ถูกต้อง ให้รีบดำเนินการตามแนวทางที่กำหนดใน Dashboard ทันที
3. แจ้งยืนยัน: นำประกาศ ม.10 ลงระบบ info.go.th และแจ้งสำนักงาน ก.พ.ร. ทางอีเมล saraban@opdc.go.th
💡 ช่องทางตรวจสอบ: สามารถสแกน QR Code ท้ายภาพ Infographic เพื่อเข้าสู่ Dashboard ตรวจสอบสถานะและดูแนวทางการดำเนินการได้ทันที!
#รัฐบาลดิจิทัล #กพร #พรบปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ #อีเมลสารบรรณ #DigitalGovernment #OPDC
รู้ไหม…คนแบบไหนที่น่ากลัวที่สุด
รู้ไหม…คนแบบไหนที่น่ากลัวที่สุด
ไม่ใช่คนเสียงดัง
ไม่ใช่คนเอาแต่โวยวาย
ไม่ใช่คนที่พร้อมปะทะตั้งแต่แรก
แต่คือคนประเภทที่ถูกเรียกว่า
“นักซัพพอร์ต”
คนที่ใจดี
คนที่น่ารัก
คนที่คอยช่วยเหลือ
คอยประคอง
คอยอุ้ม
คอยแบกรับ
แม้ไม่ใช่หน้าที่ของตัวเอง
คนพวกนี้มักไม่พูด
ไม่โวย
ไม่โทษ
ไม่เรียกร้อง
เพราะเขาเข้าใจคนอื่นมากเกินไป
และมักเผลอลืมถามใจตัวเองเสมอว่า
“ไหวไหม”
พวกเขาอดทนเก่ง
อดทนจนคนอื่นเข้าใจผิด
คิดว่าอะไรก็ได้
ทำยังไงก็ไม่เป็นไร
ใช้คำว่า “เดี๋ยวเขาก็เข้าใจ”
ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็นคือ
ความอดทนของนักซัพพอร์ต มีขีดจำกัด
และวันที่มันพัง
มันไม่ดัง
ไม่เอิกเกริก
ไม่ต้องประกาศให้โลกรู้
จุดพีคที่สุดของคนกลุ่มนี้
ไม่ใช่ตอนโกรธ
แต่คือ ตอนที่เขา “หมดใจ”
เขาจะไม่ด่า
ไม่แฉ
ไม่เอาคืน
ไม่ทำให้ใครดูเลว
เขาจะทำเพียงอย่างเดียว
คือ
“เชือดนิ่ม ๆ”
ตัดออกจากใจ
ตัดออกจากพื้นที่
ตัดออกจากคุณค่า
และที่โหดที่สุดคือ
“ไม่ให้ค่า”
อีกเลย
ไม่เกลียด
ไม่โกรธ
ไม่เสียเวลาแม้แต่น้อย
เพราะสำหรับเขา
คนคนนั้น…
ไม่สำคัญพอจะรู้สึกอะไรอีกแล้ว
นักซัพพอร์ตไม่ได้ใจร้าย
เขาแค่ใจดีจนถึงจุดที่
ไม่ยอมใจร้ายกับตัวเองอีกต่อไป
และถ้าวันหนึ่ง
คุณรู้สึกว่า
คนที่เคยช่วยคุณทุกอย่าง
เริ่มนิ่ง
เริ่มห่าง
เริ่มเฉย
อย่าคิดว่าเขาเปลี่ยน
แต่ให้รู้ไว้ว่า
คุณใช้เขาจนหมดแล้ว
#นักซัพพอร์ต
#ใจดีแต่ไม่โง่
#อดทนมีขีดจำกัด
#เชือดนิ่มๆ
#ไม่ให้ค่า
#อ่านแล้วจุก
#ความเงียบที่น่ากลัวที่สุด
จงพาตัวเองไปอยู่ในสังคมที่ พูดถึงเรื่องของ “อนาคต” มากกว่าพูดถึงเรื่องของ “คนอื่น”
เพราะสังคมที่เรายืนอยู่
จะค่อย ๆ หล่อหลอม
วิธีคิด
ทัศนคติ
และทิศทางชีวิตของเรา
โดยที่เราแทบไม่รู้ตัว
ถ้าเราอยู่ในที่ที่
บทสนทนาเต็มไปด้วยการนินทา
จับผิด
เปรียบเทียบ
และตัดสินคนอื่น
ไม่นานนัก
ใจเราก็จะหนัก
มุมมองเราก็จะคับแคบ
และพลังชีวิตจะค่อย ๆ หายไป
แต่ถ้าเราเลือกอยู่ในสังคม
ที่พูดถึงการเติบโต
การพัฒนาตัวเอง
ความฝัน
แผนในอนาคต
และบทเรียนจากความผิดพลาด
ชีวิตเราจะค่อย ๆ ขยับไปข้างหน้า
อย่างเป็นธรรมชาติ
คนที่พูดถึง “คนอื่น” มาก
มักหยุดอยู่กับที่เดิม
แต่คนที่พูดถึง “อนาคต”
มักกำลังเดินไปข้างหน้า
เราไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุด
ในวงสนทนา
แต่ควรอยู่ในวงที่
ทำให้เราอยากเก่งขึ้น
ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ
แต่ควรอยู่ในที่ที่
ความพยายามได้รับการเคารพ
อยากมีชีวิตแบบไหน
ไม่ต้องถามใครมาก
แค่สังเกตว่า
คนรอบตัว
กำลังคุยเรื่องอะไร
คิดเรื่องอะไร
และใช้พลังไปกับอะไร
เพราะนั่นแหละ
คือคำใบ้ของชีวิตในวันข้างหน้า
หากอยากเติบโต
ให้เดินเข้าใกล้คนที่กำลังสร้าง
ไม่ใช่คนที่มัวแต่พูด
หากอยากมีความหวัง
ให้เลือกสังคม
ที่มองไกลกว่าแค่วันนี้
สุดท้ายแล้ว
เราอาจเปลี่ยนโลกทั้งใบไม่ได้
แต่เราเลือก “สภาพแวดล้อม”
ที่โลกของเราหมุนอยู่ได้เสมอ
อยากมีชีวิตแบบไหน
พาตัวเอง
เข้าไปอยู่ในสังคมแบบนั้น
#เลือกสังคมให้ชีวิต
#พูดถึงอนาคต
#เติบโตไปข้างหน้า
#ออกแบบชีวิตเอง
ครูที่มีจิตวิทยา…ไม่ต้องพูดเยอะ
เพราะบางครั้ง พฤติกรรมของครู ส่งผลแรงกว่าคำสั่ง และ บรรยากาศในห้องเรียน สอนเด็กได้มากกว่าบทเรียนในหนังสือ
ต่อไปนี้คือ 20 ความลับทางจิตวิทยา ที่จะช่วยให้นักเรียน “ใส่ใจการเรียน” และ “เปลี่ยนพฤติกรรม”
โดยที่ครูแทบไม่ต้องขึ้นเสียงเลย
1. ครูที่นิ่ง เด็กจะฟัง
ความเงียบคือสัญญาณอำนาจที่นุ่มที่สุด
เด็กจะหยุดเองเมื่อรู้ว่าครูกำลัง “รอ” ไม่ใช่ “บ่น”
2. สายตาแทนคำเตือน
การมองอย่างเข้าใจ ดีกว่าการตะโกนตำหนิ
เด็กจะรู้สึกถูกเห็น ไม่ใช่ถูกจับผิด
3. พูดช้า = คิดลึก
ครูที่พูดช้า ทำให้เด็กคิดตาม
สมองเด็กจะเปิดรับมากกว่าการเร่งเร้า
4. น้ำเสียงสำคัญกว่าคำพูด
คำเดียวกัน
น้ำเสียงต่างกัน
ผลลัพธ์ต่างกัน
5. ชื่นชมต่อหน้า ตักเตือนเป็นส่วนตัว
ศักดิ์ศรีคือหัวใจของพฤติกรรมเด็ก
อย่าทำลายต่อหน้ากลุ่ม
6. เด็กจะฟังคนที่เขารู้สึกปลอดภัย
ความกลัวทำให้เด็กเงียบ
แต่ความไว้วางใจทำให้เด็กเปลี่ยน
7. อย่ารีบแก้พฤติกรรม ให้เข้าใจก่อน
พฤติกรรมคือ “ปลายเหตุ”
อารมณ์คือ “ต้นเหตุ”
8. คำถาม ดีกว่าคำสั่ง
“คิดว่าแบบไหนเหมาะกว่า”
มีพลังมากกว่า
“ห้ามทำ!”
9. ครูที่สม่ำเสมอ คือครูที่เด็กเคารพ
ไม่ใช่ครูดุ
แต่คือครูที่ คาดเดาได้
10. กติกาน้อย แต่ชัด
กฎเยอะ = เด็กต่อต้าน
กฎชัด = เด็กยอมรับ
11. เด็กจะเลียนแบบ มากกว่าทำตาม
อยากให้เด็กสุภาพ
ครูต้องสุภาพก่อน
12. อย่าพูดตอนเด็กอารมณ์แรง
สมองส่วนคิดไม่ทำงาน
คำสอนจะหายไปทันที
13. การยิ้ม คือสะพานเชื่อมใจ
เด็กเรียนรู้ได้ดีขึ้น
เมื่อรู้สึกว่าครู “ไม่เป็นศัตรู”
14. เว้นจังหวะก่อนตอบเสมอ
เด็กจะรู้สึกว่า
ความคิดของเขามีค่า
15. อย่าติดป้ายเด็ก
เด็กที่ถูกเรียกว่า “เกเร”
จะพยายามพิสูจน์ว่าเขาเป็นอย่างนั้นจริง
16. ให้ทางเลือก = ให้ความรับผิดชอบ
เด็กเปลี่ยนพฤติกรรม
เมื่อรู้สึกว่า “เขาเลือกเอง”
17. อย่าชนะเด็ก
ถ้าครูชนะ
เด็กจะเรียนรู้การแพ้ ไม่ใช่การเติบโต
18. ความคงเส้นคงวา สร้างความมั่นคงทางใจ
เด็กต้องการครูที่ “เหมือนเดิม”
ในโลกที่วุ่นวาย
19. การฟัง คือการสอนที่ทรงพลังที่สุด
บางครั้งเด็กไม่ได้ต้องการคำตอบ
เขาแค่ต้องการคนฟัง
20. ครูที่เข้าใจใจคน จะไม่ต้องใช้เสียงดัง
เพราะเด็กจะอยากฟังเอง
ไม่ใช่ถูกบังคับให้ฟัง
สรุปสั้น ๆ แต่ลึก
ครูที่มีจิตวิทยา
ไม่ได้ควบคุมเด็กด้วยอำนาจ
แต่ดูแลเด็กด้วยความเข้าใจ
และนั่นคือเหตุผลที่…
ครูแบบนี้ “ไม่ต้องพูดเยอะ”
แต่เด็กจำได้ทั้งชีวิต
#ครูที่มีจิตวิทยา
#การสอนด้วยหัวใจ
#วินัยเชิงบวก
#ครูไม่ต้องดุ
#พลังของความเข้าใจ
#ห้องเรียนปลอดภัย
15 Prompt AI สำหรับค้นหาไอเดียธุรกิจ ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที คุณก็จะได้ไอเดียใหม่ๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์
10 Prompt AI ที่จะเปลี่ยน AI เป็นผู้ช่วยส่วนตัวสุดเก่ง จัดการงานหลังบ้านให้คุณมีเวลาไปโฟกัสกับการขยายธุรกิจให้เติบโตได้ใน 14 วัน!
เจาะลึก “สายสร้างรายได้”สายสติ๊กเกอร์ LINEเจนคาแรกเตอร์ขายได้จริง โดยไม่ต้องวาดเอง(เซฟเก็บไว้เลย✅)
วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568
ฉลาดขึ้นทุกวัน ด้วย 7 นิสัยง่าย ๆ 🥰
.
ขอบคุณเนื้อหาจากช่องยูทูบ : The BookTeller
.
1. ฝึกการตั้งคำถามในสิ่งที่ไม่เคยรู้ กับสิ่งที่เจอในชีวิตประจำวัน แล้วออกไปหาคำตอบ อย่าปล่อยให้ความสงสัยเป็นแค่ความสงสัย
.
2. อ่านให้เยอะขึ้น อ่านให้หลากหลาย เพื่อซึมซับสิ่งดี ๆ หรือเรียนรู้จากการตั้งคำถามกับสิ่งที่อ่าน
.
3. ลองทำในสิ่งที่ไม่คุ้นเคย เพราะทุกครั้งที่ต้องพบกับความล้มเหลว เราก็จะได้เรียนรู้ไปในขณะเดียวกัน ดังนั้นจึงควรลองตั้งเป้าหมาย และทำในสิ่งที่ไม่เคยลองในแต่ละวัน หรือแต่ละสัปดาห์ อย่างน้อย 1 เรื่อง
.
4. คบคนที่ทำให้เราฉลาด เพราะมนุษย์มักคล้อยตามสภาพแวดล้อมที่พบเจอ เราจึงควรพาตัวเองไปอยู่ในสังคมที่ดี และสามารถทำให้เราพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นได้ อย่าพาตัวเองไปอยู่ในสังคมที่ไม่ใช่ตัวเรา หรือพาไปในทางที่แย่ลง
.
5. ออกกำลังกาย ซึ่งจะช่วยให้สมองพัฒนา และตื่นตัว แต่ไม่ควรที่จะหักโหม และควรเริ่มทีละน้อย
.
6. เรียนรู้การจัดลำดับความสำคัญ ซึ่งจะช่วยลดความวุ่นวายในการใช้ชีวิต ช่วยให้สมองไม่ต้องทำงานหนัก และเพิ่มเวลาว่างให้ได้ใช้เวลาพัฒนาตัวเอง
.
7. แบ่งเวลาให้ได้คิด ได้ทบทวนในสิ่งที่ทำลงไป ซึ่งจะช่วยให้ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่พบเจอในแต่ละวัน
.
หนังสือแนะนำ : พลังแห่งสมองที่สอง 📖
🔷 https://s.lazada.co.th/s.oY8Hi?cc
🔶 https://s.shopee.co.th/7zxQ80xd11
.
#อ่านเถอะวัยรุ่น #พลังแห่งสมองที่สอง #อยากให้อ่าน
สรุปลดหย่อนภาษี ปี 2568
📣 สรุปลดหย่อนภาษี ปี 2568 สำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 90/91 ✅ ยื่นแบบกระดาษ 1 มกราคม - 31 มีนาคม 2569 ✅ ยื่นแบ...
-
ในโลกที่ใครๆ ก็สามารถพูดได้ทุกอย่างแต่ไม่ใช่ทุกคน....ที่จะลงมือทำจริง หลายคนพยายามอธิบายว่า.. "ตัวเองเก่งแค่ไหน"...แต...
-
วิทยาทานความรู้ : 🚗 เกี่ยวกับ #รหัสไฟกระพริบ 💡🖲️ ของสัญลักษณ์รูปเครื่องยนต์ที่หน้าปัด บอกอะไรได้บ้าง ⁉️ . 1.หลอดไฟกระพริบสั้...
-
📢 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเสนอราคาและการดำเนินการตามสัญญาจ้างก่อสร้าง ✅ 1️⃣ กรณีเป็นเนื้องานตามสัญญา: ไม่มีสิทธิ์ขอเพิ่มค่าจ้าง ...









