วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สรุปลดหย่อนภาษี ปี 2568

📣 สรุปลดหย่อนภาษี ปี 2568 สำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 90/91 
✅ ยื่นแบบกระดาษ 1 มกราคม - 31 มีนาคม 2569
✅ ยื่นแบบผ่าน e-Filing ถึงวันที่ 8 เมษายน 2569
✅ สำหรับมาตรการภาษี การส่งเสริมการติดตั้ง Solar Rooftop และการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันที่กฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษา
🤫 กรณีเงินบริจาคการศึกษา/กีฬา ให้รอติดตามรายละเอียดข้อกฎหมาย

เทคนิคเด็ด ๆ การบริหาร​เวลาที่ Brian Tracy ใช้

มีผู้บริหารคนหนึ่งทำงานวันละ 12-14 ชั่วโมง แต่งานก็ยังท่วมหัว 
พอได้ลองใช้เทคนิคเหล่านี้ของ Brian Tracy เพียง 30 วัน 
เขาสามารถลดเวลาทำงานได้ครึ่งหนึ่งเลยครับ
แถมผลงานยังดีขึ้นกว่าเดิมอีก
.
มาดูเทคนิคเด็ด ๆ ที่ Brian Tracy แนะนำกันครับ
หัวใจคือ
การบริหารเวลา = การจัดลำดับความสำคัญ
งานไหนสำคัญกว่า ควรทำงานนั้นก่อน
.
1. "Eat That Frog"
เริ่มวันด้วยงานที่ยากและสำคัญที่สุด
เสมือนการกินกบที่น่าขยะแขยง
ซึ่งถ้าทำได้ งานที่เหลือจะง่ายทันที
ผมเคยลองทำครับ 
พอเคลียร์งานใหญ่ได้ตั้งแต่เช้า 
ทั้งวันจะรู้สึกโล่งและมีพลังมากจริง ๆ
.
2. "ABCDE Method"
จัดลำดับความสำคัญของงานแบบนี้
   A: ต้องทำด่วนมาก
   B: ควรทำ
   C: น่าทำ
   D: มอบหมายให้คนอื่น
   E: กำจัดทิ้ง
.
งาน A กับ B ไม่ควรเยอะเกิน
ไม่งั้นแสดงว่าเราให้ความสำคัญกับหลาย ๆ งานเท่ากันจนเกินไป
.
3. "Law of Three"
เลือกทำแค่ 3 งานสำคัญต่อวันแบบเน้น ๆ
แทนที่จะทำ 10 งานแบบขอไปที
.
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้
สมมติคุณมีงานค้าง 20 ชิ้น แทนที่จะเครียด
ลองแบ่งงานแบบ ABCDE ก่อน
แล้วเลือกทำงานที่สำคัญที่สุด 3 อย่าง
ไล่จากงาน A ก่อน
งานไหนยากสุด ทำเป็นอย่างแรกของวันเลย
ลองทำต่อเนื่อง
ประสิทธิภาพจะดีขึ้นแน่นอนครับ
.
ผมเองใช้วิธีนี้มา 3 เดือน
ผลลัพธ์คือทำงานเสร็จเร็วขึ้นประมาณ 40%
มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น 
และที่สำคัญคือความเครียดลดลงเยอะมากครับ
.
สุดท้ายนี้ Brian Tracy บอกว่า
"เวลาเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของคุณ"
ดังนั้น อย่าปล่อยให้มันผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์นะครับ
.
ลองเอาเทคนิคพวกนี้ไปใช้ดูนะครับ
.
.
🎁
หากคุณอยากรู้วิธีพูดเรื่องยากๆ ให้กลายเป็นเรื่องง่าย
ลดดราม่าในทีม และสร้างบารมีผู้นำที่ลูกน้องยอมใจ
.
เรามี E-book ตกผลึก ชุด 21 "เป็นผู้นำ ที่ผู้ตามยอมถวายใจ"
ที่รวมคัมภีร์บริหารคนระดับโลกอย่าง
ไว้ให้คุณอ่านและฟัง (audio) แบบประหยัดเวลา
พร้อม Action Plan ที่เอาไปฝึกพูดตามได้ทันที
.
👉 สนใจรับรายละเอียด
แอดไลน์ @tplbooks (มี @ ด้วยนะ)
แล้วพิมพ์รหัส set21 (ในไลน์) ได้เลยครับ
.
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ ถ้าคิดว่าโพสต์นี้มีประโยชน์
ฝากแชร์ให้เพื่อนผู้บริหาร ผู้ประกอบการ ได้อ่านด้วยกันด้วยนะครับ
.
#ตกผลึกBooks #ผู้นำ #บริหารคน #จิตวิทยาการทำงาน #SoftSkill

เลิกง้อ n8n? ย้ายมาใช้ Google Ecosystem แบบ 100% ทำระบบ AI RAG ฟรีและเสถียรกว่า! 🚀

🔥 เลิกง้อ n8n? ย้ายมาใช้ Google Ecosystem แบบ 100% ทำระบบ AI RAG ฟรีและเสถียรกว่า! 🚀
ใครที่กำลังใช้ n8n เชื่อมต่อ Gemini เพื่อทำ Chatbot หรือระบบค้นหาเอกสาร (RAG) แล้วเจอ ปัญหา Self-host ยุ่งยาก หรือ Credits หมด... ลองหันมามองสิ่งที่ Google ให้มาฟรีๆ อย่าง Google Apps Script (GAS) ดูครับ!
บอกเลยว่าถ้ารู้วิธีร้อยเรียง Tools เหล่านี้เข้าด้วยกัน คุณจะได้ระบบที่ "คลีน" และ "ประหยัด" ที่สุด 💡
📍 ทำไมต้องย้ายมา Google Ecosystem?
✅ ฟรีจริง: Apps Script ให้โควต้าฟรีต่อวันเยอะมาก (Consumer Gmail ก็ใช้ได้)
✅ Native Integration: คุยกับ Google Drive, Sheets, Docs ได้ลื่นไหลที่สุด ไม่ต้องผ่านตัวกลาง
✅ Serverless: ไม่ต้องเช่า Server วาง Docker ให้ปวดหัว Google รันให้หมด
🛠 เจาะลึก Workflow: Google Ecosystem Edition (แทน n8n)
สมมติโจทย์เดิม: "ทำ Line Chatbot ตอบคำถามจากไฟล์ PDF (RAG)"
เราจะเปลี่ยนจาก Node ใน n8n มาเป็น Code ใน Apps Script ดังนี้ครับ:
1️⃣ Input Layer (หน้าด่าน)
 * แทนที่ n8n Webhook: ใช้ doPost(e) ใน Google Apps Script
 * หน้าที่: รับข้อความจาก Line OA (Webhook URL) เข้ามาประมวลผลโดยตรง
 * ข้อดี: รองรับ Request ได้มหาศาล และ Response ไวมาก
2️⃣ Knowledge Base (คลังสมอง)
 * แทนที่ Vector Store ภายนอก: ใช้ Gemini File API + Google Drive
 * Workflow:
   * โยนไฟล์ PDF ขึ้น Google Drive
   * ใช้ GAS ดึงไฟล์ แล้วยิงเข้า Gemini File API (ใช้ฟีเจอร์ File Search ของโมเดล 1.5 Flash/Pro)
   * ทริค: ถ้าไฟล์ไม่เปลี่ยนบ่อย ใช้ Context Caching ของ Gemini ช่วยจำ ประหยัด token ได้อีก!
3️⃣ Processing Layer (สมองกล)
 * แทนที่ HTTP Request Node: ใช้ UrlFetchApp ใน GAS
 * หน้าที่: ส่ง Prompt + File Data ไปที่ Gemini API
 * คำสั่ง: เขียน Prompt สั่งให้ Gemini "ตอบคำถามจากไฟล์ที่แนบไปเท่านั้น" (Grounding)
4️⃣ Output Layer (ส่งกลับ)
 * แทนที่ Line Node: ยิง API กลับไปหา Line Messaging API ผ่าน GAS
 * Log: บันทึก Chat History ลง Google Sheets (แทน Database) เพื่อมาดูย้อนหลังได้ง่ายๆ
💡 สรุปความคุ้มค่า
การใช้ Google Apps Script + Gemini API คือการตัด "คนกลาง" ออก ทำให้ Latency ต่ำลง และที่สำคัญคือ Cost-effective มากๆ สำหรับโปรเจกต์ SME หรือใช้ส่วนตัว
ใครสาย Dev หรือพอเขียน JavaScript ได้นิดหน่อย เชียร์ให้มาทางนี้ครับ ยาวๆ ไป! 👇
#GeminiAI #GoogleAppsScript #GAS #Automation #NoCode

วินัยเชิงบวก: ไม่ได้สร้างแค่ “พฤติกรรมดี” แต่คือการสร้าง สมองที่คิดเป็น ของลูก

🌱 

เมื่อพูดถึง “วินัยเชิงบวก” คุณพ่อคุณแม่มักจะนึกถึงเครื่องมือสำหรับ ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ของเด็ก เช่น ไม่ฟัง ไม่เก็บของ ไม่แบ่งปัน ฯลฯ
แต่ในความจริงแล้ว… วินัยเชิงบวกเป็นมากกว่านั้นมาก
มันไม่ใช่เทคนิคการ “ควบคุมพฤติกรรม”
แต่คือ “กระบวนการสร้างสมองที่คิดวิเคราะห์ได้อย่างเป็นระบบ” ให้กับลูกของเรา

✨ วินัยเชิงบวก = การสร้าง Executive Functions (EF)

งานวิจัยด้านสมองจำนวนมาก เช่นงานของ Dr. Daniel Siegel, Dr. Adele Diamond, และงานวิจัยของ Center on the Developing Child (Harvard University) พบตรงกันว่า:

➡️ เด็กที่ได้รับการสื่อสารเชิงบวก
➡️ ได้รับโอกาสคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจด้วยตนเอง
➡️ ได้รับการกำกับอย่างอ่อนโยนแต่ชัดเจน

จะพัฒนา EF (Executive Functions) ได้สูงกว่าเด็กที่ถูกสั่ง ดุ หรือลงโทษ

และ EF นี่แหละคือ “สมองส่วนจัดการชีวิต” เช่น
• การยับยั้งชั่งใจ
• คิดวิเคราะห์
• แก้ปัญหา
• มีวินัยในตนเอง
• รู้จักคิดก่อนทำ

วินัยเชิงบวกจึงไม่ใช่เรื่อง “ทำให้เด็กเชื่อฟัง” แต่คือ “ทำให้เด็กคิดเป็น”

🌟 ทำไมวินัยเชิงบวกจึงสร้างสมองได้?

เพราะทุกครั้งที่ผู้ใหญ่ใช้วินัยเชิงบวก เด็กจะต้อง…

1️⃣ คิดวิเคราะห์ (Cognitive Processing)

เด็กต้องประมวลว่าเกิดอะไรขึ้น รู้สึกอย่างไร และทำไมจึงควรปรับพฤติกรรม

2️⃣ ตัดสินใจ (Decision-Making)

ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะเข้าใจเหตุผลและเลือกทางที่เหมาะสม

3️⃣ สะท้อนความรู้สึก (Self-reflection)

ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาด้านสังคม–อารมณ์

4️⃣ ฝึกการสื่อสารสองทาง (Serve & Return Interaction)

ซึ่งเป็นหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์จาก Harvard ว่าช่วยสร้างโครงข่ายสมองให้แข็งแรงขึ้น

ดังนั้น “วินัย” จึงไม่ใช่การบังคับเด็กให้ทำตาม
แต่คือ การเปิดพื้นที่ให้ลูกได้คิด—แล้วเลือกทำอย่างมีสติ

❌ แล้ววินัยเชิงลบส่งผลอย่างไร?

การดุ การตะคอก การลงโทษ
อาจทำให้เด็ก “หยุดพฤติกรรมได้ทันที”
แต่ไม่ได้ทำให้เด็ก คิดเป็น

เพราะเด็กหยุดเพราะ กลัว ไม่ใช่เพราะ เข้าใจ

และที่สำคัญ…

➡️ การดุแรง ๆ จะปิดการทำงานของสมองส่วน EF ชั่วคราว
➡️ เด็กเข้าสู่โหมดสู้/หนี (Fight or Flight)
➡️ ส่งผลให้ “หยุดคิด หยุดวิเคราะห์” ไปโดยอัตโนมัติ

ผลคือ…
เด็กอาจทำตาม แต่ไม่รู้ว่าทำไป “ทำไม”
ซึ่งตรงข้ามกับเป้าหมายของวินัยเชิงบวกอย่างสิ้นเชิง

🌈 วินัยเชิงบวกจึงไม่ใช่การสั่งให้ลูกประพฤติดี

แต่คือการ “สร้างระบบคิดภายในตัวเด็ก”

เมื่อเด็กเข้าใจเหตุผล
เมื่อเด็กได้คิดเอง
เมื่อเด็กได้เลือกเอง
พฤติกรรมดีจะเกิดขึ้นจาก ภายใน ไม่ใช่เพราะแรงกดจาก ภายนอก

และนี่คือหัวใจสำคัญที่สุดของวินัยเชิงบวก

ที่มา
ปั้นลูก ปลูกรัก

วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569

เก่ง แต่ไม่ลงมือทำ ก็คงไม่เกิดประโยชน์




ความเก่งที่อยู่แค่ในความคิด

ไม่ต่างจากศักยภาพที่ยังไม่ถูกเปิดใช้

มันอาจดูดี

อาจฟังแล้วน่าชื่นชม

แต่ถ้าไม่ถูกแปลงเป็นการกระทำ

มันก็ไม่เคยแตะชีวิตจริงเลย


หลายคนฉลาด

มองเกมขาด

พูดเป็น

คิดไว

แต่หยุดอยู่ตรงคำว่า

“เดี๋ยวก่อน”

“ยังไม่พร้อม”

“รอให้ดีกว่านี้อีกนิด”


สุดท้าย

เวลาผ่านไป

โอกาสผ่านไป

และความเก่ง

ก็กลายเป็นแค่เรื่องเล่า

ที่ไม่เคยสร้างผลลัพธ์


การลงมือทำ

ไม่ต้องสมบูรณ์

ไม่ต้องเก่งที่สุด

แค่เริ่ม

แค่ลอง

แค่ยอมให้ตัวเองพลาด

ก็เหนือกว่าการไม่ทำอะไรเลย


เพราะโลก

ไม่ได้ให้รางวัลกับคนที่คิดเก่ง

แต่ให้รางวัลกับคนที่

กล้าเอาความคิดนั้น

ไปแลกกับความจริง


ความเก่งที่มีค่า

คือความเก่งที่ยอมเหนื่อย

ยอมพลาด

ยอมถูกวิจารณ์

และยังทำต่อ


ต่อให้ทำช้า

ต่อให้ยังไม่ดี

แต่ทุกการลงมือ

คือการขยับจากศูนย์

ไปข้างหน้า


ถ้าวันนี้คุณรู้ว่าตัวเองเก่งด้านไหน

อย่าเก็บมันไว้ในหัว

จนมันหมดอายุ

จงใช้มัน

แม้จะยังไม่มั่นใจ

เพราะประโยชน์

ไม่เคยเกิดจากศักยภาพ

ที่ไม่ถูกใช้งาน


#เก่งต้องลงมือทำ

#ความคิดต้องแปลงเป็นการกระทำ

#เริ่มก่อนถึงจะพัฒนา

#ศักยภาพมีไว้ใช้ไม่ใช่ไว้คิด

#วิถีครูสังคม

วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569

การหัวเราะในลำคอ ในขณะฟังผู้อื่นพูด โดยเฉพาะในเรื่องที่เราไม่ถูกใจ คือ “การเสียมารยาท” อย่างชัดเจน

 การหัวเราะในลำคอ

ในขณะฟังผู้อื่นพูด

โดยเฉพาะในเรื่องที่เราไม่ถูกใจ

คือ “การเสียมารยาท” อย่างชัดเจน



มันอาจไม่ใช่เสียงหัวเราะดัง

แต่เป็นท่าทีที่สื่อสารแรงมาก

เพราะมันแปลว่า

ไม่ให้เกียรติ

ไม่รับฟัง

และลดคุณค่าของผู้พูดลงทันที


บางคนอาจคิดว่า

ไม่ได้พูดอะไรออกไป

แต่ภาษากาย

และน้ำเสียงเล็ก ๆ

กลับพูดแทนใจได้หมดแล้ว


การฟังที่ดี

ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย

แต่ต้องให้เกียรติ

เพราะสิทธิในการพูด

ไม่ได้มาพร้อมกับสิทธิในการถูกดูแคลน


ในที่ทำงาน

หรือในสังคม

พฤติกรรมแบบนี้

ทำลายบรรยากาศ

และสร้างรอยร้าวเงียบ ๆ

โดยไม่รู้ตัว


คนที่เป็นมืออาชีพ

จะคุมสีหน้า คุมท่าที

มากกว่าคุมความถูกผิดของเรื่อง

เพราะเขารู้ว่า

มารยาท คือพื้นฐานของการอยู่ร่วมกัน


ถ้าไม่เห็นด้วย

เลือกเงียบ

หรือโต้แย้งด้วยเหตุผล

ย่อมดีกว่าแสดงท่าทีประชด

ที่ทำให้คนอื่นรู้สึกด้อยค่า


ความสุภาพ

ไม่เคยทำให้ใครดูอ่อน

แต่ทำให้ดู “สูง” ขึ้น

โดยไม่ต้องยกเสียง


#มารยาททางสังคม

#ฟังอย่างให้เกียรติ

#ภาษากายสำคัญกว่าที่คิด

#มืออาชีพต้องคุมอารมณ์

#วิถีครูสังคม

เสียงดังทำให้คนกลัว แต่ไม่ได้ทำให้คนฟัง “เข้าใจ”

 เสียงดังทำให้คนกลัว

แต่ไม่ได้ทำให้คนฟัง “เข้าใจ”


ความกลัวอาจบังคับให้เงียบ

แต่ไม่เคยบังคับให้คิด

ไม่เคยทำให้เรียนรู้

และไม่เคยทำให้ใครอยากร่วมมือจากใจ


คนที่เข้าใจ


ไม่จำเป็นต้องถูกตะคอก

เขาแค่ต้องการเหตุผล

น้ำเสียงที่ให้เกียรติ

และพื้นที่ให้ตั้งคำถาม


การสื่อสารที่ดี

ไม่ใช่การเอาชนะด้วยอำนาจ

แต่คือการพากันไปถึงเป้าหมายเดียวกัน

โดยไม่มีใครรู้สึกเล็กลงระหว่างทาง


บางครั้ง

เสียงที่เบาที่สุด

กลับเป็นเสียงที่ดังอยู่ในใจคนได้นานที่สุด


และผู้นำที่แท้จริง

ไม่ต้องยกเสียงให้เหนือใคร

เพราะเขายืนอยู่เหนืออารมณ์ของตัวเองแล้ว


#สื่อสารด้วยสติ

#เข้าใจสำคัญกว่ากลัว

#ภาวะผู้นำที่แท้จริง

#เสียงเบาแต่ทรงพลัง

#วิถีครูสังคม

สรุปลดหย่อนภาษี ปี 2568

📣 สรุปลดหย่อนภาษี ปี 2568 สำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 90/91  ✅ ยื่นแบบกระดาษ 1 มกราคม - 31 มีนาคม 2569 ✅ ยื่นแบ...