วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569

จงหิวโหย?

จงหิวโหย และโง่เขลาอยู่เสมอ
~~~~~~~~

1. อย่าทำตัวเหมือนรู้ทุกอย่างแล้ว
วันที่เราคิดว่าพอแล้ว
มักเป็นวันที่เราเริ่ม
หยุดโตแบบเงียบ ๆ

2. ความหิวโหยไม่ใช่ความโลภเสมอไป
บางครั้งมันคือความอยากดีขึ้น
อยากเข้าใจมากขึ้น อยากใช้ชีวิต
ให้เต็มกว่าวันเมื่อวาน

3. ความโง่เขลาในที่นี้ คือการยอมรับว่ายังไม่รู้
ไม่ใช่ดูถูกตัวเอง
แต่คือการเปิดที่ว่างไว้
ให้ความรู้ใหม่เข้ามา

4. คนที่ยังถาม ยังมีทางไปต่อ
ถามเพราะอยากรู้
ดีกว่านิ่งเพราะกลัวดูไม่เก่ง

5. อย่าหยุดหิวเพียงเพราะเคยสำเร็จมาแล้วครั้งหนึ่ง
ความสำเร็จเก่า ๆ อาจอบอุ่น
แต่ถ้านอนอยู่ตรงนั้น
นานเกินไปใจจะเริ่มเฉื่อย

6. บางทีการเริ่มต้นใหม่ ต้องยอมดูไม่เก่งก่อน
หัดพูด หัดขาย หัดทำ หัดพลาด
ทุกอย่างมันดูเปิ่นในช่วงแรกทั้งนั้น

7. คนที่ดูเก่งวันนี้ ก็เคยงงมาก่อน
เราแค่เห็นตอนเขาคล่อง
แต่ไม่ได้เห็นตอนเขานั่งงมอยู่คนเดียว

8. ความหิวทำให้เราขยับ
พอใจเกินไป ชีวิตมักนิ่ง
แต่พออยากเติบโต
เราจะเริ่มมองหาทางเอง

9. ความโง่เขลาช่วยกันอีโก้เราไว้
มันเตือนว่าเรายังมีอะไรให้เรียนอีกเยอะ
และนั่นทำให้เราอ่อนโยนกับคนอื่นขึ้นด้วย

10. อย่ากลัวที่จะเป็นคนใหม่ในห้องนั้น
คนที่ถามช้าที่สุด
อาจเป็นคนที่เข้าใจ
ลึกที่สุดในวันต่อมา

11. บางครั้งชีวิตพาเราไปไกล เพราะเรากล้าลอง
ทั้งที่ยังไม่พร้อม
ไม่ได้มั่นใจเต็มร้อย
แต่ก็ยังยอมก้าวออกไปก่อน

12. คนที่ยังหิว จะไม่หยุดแค่คำว่าใช้ได้
เขาจะค่อย ๆ ขยับต่อ
ไม่ใช่เพราะไม่พอใจตัวเอง
แต่เพราะยังรักการเติบโตอยู่

13. คนที่ยังยอมโง่ จะไม่อายที่จะเรียนจากคนอื่น
เด็กกว่าเราก็เรียนได้
คนละสายก็เรียนได้
ชีวิตสอนเราได้หมด

14. อย่าปล่อยให้คำว่าแก่ขึ้น มาทำให้ใจแก่ตาม
บางคนอายุมากขึ้น
แต่หัวใจยังสด
เพราะยังอยากรู้เรื่องใหม่อยู่เสมอ

15. ความหิวที่ดี จะไม่เผาใจตัวเอง
มันไม่ใช่การกดดันจนหอบ
แต่มันคือไฟอุ่น ๆ
ที่บอกว่า เรายังไปต่อได้นะ

16. ความโง่เขลาที่ดี จะไม่ทำให้เรารู้สึกด้อย
มันแค่ทำให้เราซื่อกับตัวเอง
ว่าวันนี้ยังไม่รู้
และไม่เป็นไรที่จะค่อย ๆ รู้

17. บางวันเราไม่ได้ต้องเก่งขึ้นมาก แค่ไม่หยุดอยากรู้ก็พอ
อ่านอีกนิด ฟังอีกหน่อย ลองอีกครั้ง
เรื่องเล็กพวกนี้รวมกัน
แล้วเปลี่ยนชีวิตได้จริง

18. จงหิวโหย และโง่เขลาอยู่เสมอ
หิวพอที่จะไม่ยอมอยู่ที่เดิม
และโง่พอที่จะยังกล้าถาม
กล้าลอง กล้าเริ่มใหม่อีกครั้ง

#จงหิวโหยและโง่เขลาอยู่เสมอ
#พัฒนาตัวเอง
#เติบโตในแบบของตัวเอง

กฎ 80/20 Paretoเน้นทำน้อยได้มาก

กฎ 80/20 Pareto
เน้นทำน้อยได้มาก
~~~~~~~~

1. ไม่ใช่ทุกอย่างที่ทำ จะให้ผลเท่ากัน
บางอย่างเราใช้แรงเยอะมาก
แต่ผลกลับน้อยกว่าที่คิด

2. งานสำคัญจริง ๆ มักมีไม่กี่ชิ้น
ทั้งวันเราอาจยุ่งมาก
แต่สิ่งที่ขยับชีวิตจริง ๆ
อาจมีแค่ไม่กี่อย่าง

3. ทำน้อยได้มาก ไม่ได้แปลว่าทำน้อยแบบส่ง ๆ
มันคือการเลือกให้ถูก
แล้วทุ่มกับสิ่งที่ให้ผลจริง

4. 80/20 คือการหาว่าอะไรคือตัวทำเงินของชีวิตเรา
บางคนมีงานหลายอย่าง
แต่รายได้หลักอาจมาจาก
งานแค่ส่วนน้อยเท่านั้นเอง

5. เรื่องเล็กที่ทำบ่อย อาจสำคัญกว่างานใหญ่ที่ทำปีละครั้ง
นอนให้พอ ตอบงานให้ตรงเวลา เก็บเงินสม่ำเสมอ
สิ่งธรรมดาแบบนี้แหละที่ค่อย ๆ เปลี่ยนชีวิต

6. คนส่วนใหญ่ไม่ได้เหนื่อยเพราะงานยากอย่างเดียว
แต่เหนื่อยเพราะทำเรื่องจุกจิกเยอะเกินไป
จนไม่มีแรงเหลือให้เรื่องหลัก

7. ตารางแน่น ไม่ได้แปลว่าชีวิตกำลังไปได้ดี
บางวันเรายุ่งทั้งวัน
แต่พอถามว่ามีอะไร
คืบหน้าจริงบ้าง กลับตอบยาก

8. งาน 20% ที่ใช่ อาจให้ผลลัพธ์ 80%
เหมือนบางโพสต์ที่ตั้งใจจริง
กลับพาเพจไปไกลกว่า
การลงอะไรถี่ ๆ แบบไม่ได้คิด

9. คนบางคนในชีวิต ก็เป็น 80/20 เหมือนกัน
มีไม่กี่คนหรอก
ที่คุยแล้วสบายใจ
และช่วยพยุงเราได้ในวันแย่ ๆ

10. ของในบ้านก็ใช้หลักนี้ได้
เราใช้ของจริง ๆ ไม่กี่ชิ้นซ้ำ ๆ
ส่วนที่เหลือหลายอย่าง
มีไว้เฉย ๆ จนลืมว่ามี

11. ปัญหาใหญ่ในชีวิต บางทีก็มาจากสาเหตุไม่กี่เรื่อง
นอนน้อย ใช้เงินเกินตัว อยู่กับคนที่ทำให้ใจล้า
แค่จัดการไม่กี่จุด ชีวิตก็โล่งขึ้นมาก

12. ไม่ต้องแก้ทุกอย่างพร้อมกันก็ได้
บางเรื่องถ้าแก้ถูกจุด
ผลที่ตามมาจะดีขึ้น
ทั้งก้อนเองแบบเงียบ ๆ

13. กฎ 80/20 ช่วยให้เราเลิกเสียดายแรงกับเรื่องไม่คุ้ม
ไม่ต้องตอบทุกแชตทันที
ไม่ต้องรับทุกงาน
ไม่ต้องไปทุกที่ที่มีคนชวน

14. ความสำเร็จไม่ได้มาจากทำมากที่สุดเสมอไป
แต่มักมาจากทำสิ่งสำคัญได้ต่อเนื่อง
โดยไม่ปล่อยให้เรื่องยิบย่อยมากินเวลา

15. บางคำพูดให้ผลกับใจเราเกินกว่าที่คิด
คำดี ๆ ไม่กี่คำจากคนที่จริงใจ
บางครั้งช่วยพาเรา
ผ่านสัปดาห์หนัก ๆ ได้เลย

16. 80/20 ไม่ได้สอนให้ขี้เกียจ แต่มันสอนให้ฉลาดใช้แรง
เราไม่ได้หนีงาน
เราแค่เลิกเอาแรงไป
โปรยใส่ทุกอย่างแบบเท่ากัน

17. ยิ่งโต เรายิ่งต้องเลือกให้เก่งขึ้น
เพราะเวลาเท่าเดิม
แต่ความรับผิดชอบมากขึ้นทุกปี

18. กฎ 80/20 Pareto คือการเตือนว่า ไม่ต้องทำทุกอย่าง
ก็ไปได้ไกล
แค่หาสิ่งไม่กี่อย่างที่ใช่
แล้วทำมันให้ดีพอ
ชีวิตก็เปลี่ยนได้จริง

#กฎ8020 #ParetoRule #พัฒนาตัวเอง

กฎตัวเลขพัฒนาตัวเอง

กฎตัวเลขพัฒนาตัวเอง
~~~~~~~~

1. กฎ 1% ดีขึ้นวันละนิดก็เปลี่ยนชีวิตได้
เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองแบบพลิกฟ้าคืนเดียว
แค่ดีขึ้นวันละนิด ทำต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ชีวิตก็ขยับได้จริง

2. กฎ 2 นาที อะไรเริ่มง่าย ให้รีบเริ่มก่อน
ถ้างานไหนใช้เวลาไม่ถึง 2 นาที อย่าปล่อยให้ค้าง
เพราะหลายอย่างที่รกในชีวิต ไม่ได้ยาก แค่เราผัดมันไว้

3. กฎ 3 สิ่ง เลือกแค่เรื่องสำคัญของวัน
ทุกเช้า ลองถามตัวเองว่าวันนี้มี 3 เรื่องไหนที่สำคัญที่สุด
ทำให้เสร็จก่อน เรื่องอื่นค่อยตามมา ใจจะไม่กระจายเกินไป

4. กฎ 4 ช่วงเวลา โฟกัสเป็นช่วงจะดีกว่าฝืนทั้งวัน
วันหนึ่งเราไม่ได้มีพลังเท่ากันทุกชั่วโมง
ลองแบ่งเวลาสำคัญไว้เป็นช่วง ๆ แล้วใช้มัน
กับเรื่องที่มีค่าจริง ๆ

5. กฎ 5 วินาที อย่าปล่อยให้ใจถอยก่อนเริ่ม
หลายครั้งเราไม่ได้แพ้งาน
เราแพ้ความลังเลในหัวตัวเอง
นับ 5-4-3-2-1 แล้วลงมือเลย
บางเรื่องง่ายขึ้นทันที

6. กฎ 6 เดือน ถามตัวเองว่าเรื่องนี้ยังสำคัญอยู่ไหม
เวลาอินกับอะไร เรามักรู้สึกว่ามันใหญ่เหลือเกิน
แต่พอลองถามตัวเองว่าอีก 6 เดือนมันยังสำคัญไหม
ใจจะมองเห็นอะไรชัดขึ้น

7. กฎ 7 ชั่วโมง นอนพอคือพื้นฐานของชีวิตที่ดี
บางวันปัญหาไม่ได้ใหญ่ขึ้น
เราแค่นอนน้อย เลยคิดทุกอย่างหนักไปหมด
การพักให้พอ ช่วยชีวิตได้มากกว่าที่คิด

8. กฎ 8 แก้ว น้ำเปล่าช่วยชีวิตแบบเงียบ ๆ
ร่างกายที่ขาดน้ำ มักพาใจให้ล้าโดยไม่รู้ตัว
แค่ดื่มน้ำให้พอในแต่ละวัน ความสดชื่น
ก็กลับมาง่ายกว่าที่คิด

9. กฎ 9 พฤติกรรมเช้า เริ่มวันดี ทั้งวันก็ดีขึ้น
ตอนเช้าเป็นเหมือนจังหวะตั้งต้นของใจ
ตื่นให้พอดี จัดเตียง ดื่มน้ำ ขยับตัวนิดหน่อย
เรื่องเล็กแบบนี้ช่วยให้ทั้งวันไม่ไหลไปเรื่อย

10. กฎ 10 นาที อ่านวันละนิดก็เปลี่ยนความคิดได้
ไม่ต้องอ่านเป็นชั่วโมงก็ได้
แค่วันละ 10 นาที ความรู้จะค่อย ๆ สะสม
และบางทีประโยคเดียวในหนังสือ
ก็เปลี่ยนมุมมองเราได้ทั้งวัน

11. กฎ 11 คำถาม ถามตัวเองให้เป็นก่อนจะไปต่อ
บางครั้งเราเหนื่อยเพราะรีบใช้ชีวิตเกินไป
ลองหยุดถามตัวเองบ้างว่า ตอนนี้โอเคไหม
ยังไหวไหม อะไรควรปรับ
คำตอบหลายอย่างอยู่ในใจเรานี่แหละ

12. กฎ 12 สัปดาห์ โฟกัสเป้าหมายเดียวให้ชัด
คนเรามักอยากเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน
แต่ถ้าเลือกแค่เรื่องเดียว แล้วให้เวลา 12 สัปดาห์กับมันจริง ๆ
ผลลัพธ์มักชัดกว่าการเริ่มหลายอย่างพร้อมกัน

13. กฎ 13 ครั้ง ขอบคุณให้บ่อย ใจจะเบากว่าเดิม
ในวันที่ชีวิตวุ่น เรามักลืมมองสิ่งดีเล็ก ๆ รอบตัว
ลองขอบคุณเรื่องเล็ก ๆ ในแต่ละวัน
ใจจะค่อย ๆ กลับมาอ่อนโยนกับชีวิตมากขึ้น

14. กฎ 14 วัน ทำต่อเนื่องให้พ้นช่วงใจแกว่ง
การเริ่มต้นไม่ยากเท่าการประคองให้ต่อเนื่อง
หลายอย่างถ้าทำผ่าน 14 วันแรกไปได้
ใจจะเริ่มชิน และไม่ต้องฝืนเท่าเดิม

15. กฎ 15 นาที ออกกำลังกายนิดเดียวก็ยังดีกว่าไม่ทำ
ไม่ต้องรอให้ว่างครึ่งวันค่อยเริ่มดูแลตัวเอง
แค่เดิน ยืดตัว หรือขยับวันละ 15 นาที
ร่างกายจะค่อย ๆ ขอบคุณเราเอง

16. กฎ 16 ชั่วโมง บางเรื่องของสุขภาพคือการรู้จังหวะ
การดูแลตัวเองไม่จำเป็นต้องซับซ้อนเสมอไป
บางคนใช้การจัดเวลาการกินให้พอดีกับร่างกายตัวเอง
แต่สุดท้ายสิ่งสำคัญคือเลือกแบบที่เหมาะกับเรา
และทำแล้วไหวจริง

17. กฎ 17 นาที วางแผนสั้น ๆ ชีวิตจะไม่มั่วทั้งวัน
ก่อนนอนหรือก่อนเริ่มวันใหม่
แค่ใช้เวลาไม่กี่นาทีวางว่าอะไรต้องทำก่อนหลัง
วันนั้นจะลื่นขึ้นกว่าการปล่อยให้ทุกอย่างไหลมาชนพร้อมกัน

18. กฎ 18 นาที ทบทวนตัวเองก่อนจบวัน
ลองถามตัวเองว่า วันนี้อะไรทำได้ดี อะไรควรปรับ
ไม่ต้องด่าตัวเอง แค่ดูมันตามจริง
การเติบโตของคนเรา มักเริ่มจากการทบทวนแบบซื่อ ๆ นี่เอง

#กฎตัวเลขพัฒนาตัวเอง
#จิตวิทยาพัฒนาตัวเอง
#เริ่มต้นใหม่
#สร้างนิสัยใหม่


วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569

9 ทักษะ ในการรีดพลัง AIให้ทำงานได้ถึงขีดสุดใช้ได้กับทุกตัว.

9 ทักษะ ในการรีดพลัง AI
ให้ทำงานได้ถึงขีดสุด
ใช้ได้กับทุกตัว
.
วันที่ ChatGPT เปิดตัวสู่สาธารณะ มีคนสมัครใช้งานถึง 1 ล้านคนภายใน 5 วัน แต่น่าแปลกใจที่คนส่วนใหญ่ยังคงใช้มันแบบเดิมซ้ำๆ เหมือนพิมพ์ Google แค่ยาวขึ้น
 Dan Martell นักธุรกิจและโค้ชชื่อดังที่มีผู้ติดตามกว่า 2.44 ล้านคนบน YouTube เล่าว่าความแตกต่างระหว่างคนที่ได้ประโยชน์จาก AI จริงๆ กับคนที่แค่ "ลองเล่น" นั้นอยู่ที่ทักษะเฉพาะ 9 อย่างที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้จักมาก่อน และมันไม่ได้ยากอย่างที่คิด
.
ทักษะที่ 1 — Prompt Engineering
.
Prompt Engineering คือรากฐานของทุกอย่าง Dan บอกว่าคนส่วนใหญ่พิมพ์คำสั่งแบบคลุมเครือเหมือนพูดคุยกับคนรู้จัก แต่ AI ต้องการโครงสร้างที่ชัดเจน
.  
สูตรที่เขาแนะนำคือ RCCF ซึ่งย่อมาจาก Role บทบาทที่ต้องการให้ AI เป็น, Context บริบทของสถานการณ์, Command คำสั่งที่ต้องการ และ Format รูปแบบของผลลัพธ์ที่อยากได้
ตัวอย่างเช่นแทนที่จะพิมพ์ว่า "เขียนอีเมลให้ลูกค้า" ให้เปลี่ยนเป็น "คุณคือผู้เชี่ยวชาญด้านการขาย SaaS, ฉันกำลังติดตามผลลูกค้าที่ดูสาธิตสินค้าไปแล้ว 3 วัน, เขียนอีเมลกระชับที่สร้างความเร่งด่วนโดยไม่กดดัน, ใช้ bullet point สั้นๆ 3 ข้อ"
.
ทักษะที่ 2 — Taste Curation
.
Dan เล่าว่าทักษะที่ถูกมองข้ามที่สุดคือ "รสนิยม" หรือความสามารถในการบอกว่าผลลัพธ์ที่ดีหน้าตาเป็นอย่างไร AI สร้างได้ทุกอย่าง แต่ถ้าคุณไม่รู้ว่า "ดี" คืออะไร คุณก็ไม่สามารถกรองงานที่ดีออกมาได้. วิธีพัฒนา Taste คือการเก็บสะสมตัวอย่างงานที่ดีในสาขาของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นอีเมล บทความ สไลด์ หรือโค้ด แล้วใช้ตัวอย่างเหล่านั้นเป็นมาตรฐานในการตัดสินผลลัพธ์จาก AI
.  
ทักษะที่ 3 — Create a Master Prompt
.
Master Prompt คือ Prompt ที่ครอบคลุมทุกบริบทที่ AI ต้องรู้เกี่ยวกับตัวคุณ ธุรกิจ ลูกค้า และสไตล์การสื่อสาร เพื่อให้ทุกครั้งที่เปิดบทสนทนาใหม่ AI พร้อมทำงานได้ทันทีโดยไม่ต้องอธิบายซ้ำ
.  
ตัวอย่างที่ Dan แนะนำ เช่น ระบุว่าคุณเป็นใคร ธุรกิจของคุณทำอะไร กลุ่มลูกค้าหลักคือใคร โทนการสื่อสารที่ต้องการ และสิ่งที่ AI ควรหลีกเลี่ยง. เมื่อตั้งค่าครั้งเดียวแล้วบันทึกไว้ ทุกครั้งที่เริ่มงานใหม่ก็แค่วาง Master Prompt นั้นลงไปก่อน
.
ทักษะที่ 4 — Output Iteration
.

คนส่วนใหญ่รับผลลัพธ์แรกจาก AI แล้วเอาไปใช้เลย แต่ Dan บอกว่านั่นเหมือนกับรับร่างแรกของหนังสือแล้วตีพิมพ์โดยไม่แก้ไข
.
Output Iteration คือการวนซ้ำและปรับปรุงผลลัพธ์อย่างเป็นระบบ โดยแต่ละรอบให้ feedback ที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เขายังแนะนำให้ใช้ฟีเจอร์ Canvas ใน ChatGPT ซึ่งช่วยให้แก้ไขส่วนเล็กๆ ได้โดยไม่ทำให้ส่วนอื่นเปลี่ยนไป แทนที่จะต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด
.  
ทักษะที่ 5 — System Prompts
.
System Prompt แตกต่างจาก Master Prompt ตรงที่มันถูกฝังไว้ในระบบเพื่อสร้าง AI เวอร์ชันเฉพาะทางสำหรับงานแต่ละประเภท
Dan ยกตัวอย่างว่าเขาสร้าง AI ที่ทำหน้าที่เป็น "หัวหน้าฝ่ายการตลาด" โดยใส่ System Prompt ที่ระบุบุคลิก ความเชี่ยวชาญ และแนวทางการตอบสนอง เครื่องมือที่รองรับ System Prompt ได้แก่ ChatGPT ในส่วนของ Custom GPTs, Claude Projects และ Grok บน X ซึ่งทั้งหมดช่วยให้คุณสร้าง AI ผู้ช่วยที่มีตัวตนและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด
.  
ทักษะที่ 6 — Using AI as a Critic
.
แทนที่จะให้ AI สร้างงาน Dan แนะนำให้ลองให้ AI "วิจารณ์" งานของคุณก่อน โดยสั่งให้มันหาจุดอ่อน ความไม่สมเหตุสมผล หรือโอกาสที่ถูกมองข้าม
.
วิธีที่เขาชื่นชอบคือการบอกให้ AI "ทำ Autopsy" กับงานชิ้นนั้น ซึ่งหมายถึงการวิเคราะห์อย่างละเอียดว่าถ้างานนี้ล้มเหลว สาเหตุน่าจะมาจากอะไร และจะแก้ไขได้อย่างไร วิธีนี้ให้มุมมองที่แหลมคมกว่าการขอให้ AI แค่ "ปรับปรุง" งานให้ดีขึ้น
ทักษะที่ 7 — Context Compression
.
AI มี context window ที่จำกัด หมายความว่าถ้าบทสนทนายาวเกินไป AI จะเริ่มลืมข้อมูลที่ให้ไว้ตอนต้น
Context Compression คือทักษะในการสรุปข้อมูลสำคัญให้กระชับก่อนส่งให้ AI ทำงาน Dan แนะนำให้สร้าง "Context Document" สำหรับแต่ละโปรเจกต์ ซึ่งเป็นเอกสารสรุปข้อมูลสำคัญทั้งหมดในรูปแบบ bullet point กระชับ เมื่อต้องเริ่มบทสนทนาใหม่ก็แค่วาง Context Document นั้นลงไปแทนที่จะต้องอธิบายยาวเหยียดใหม่ทุกครั้ง
.
ทักษะที่ 8 — Knowledge Base Gardening
.
Knowledge Base คือคลังข้อมูลส่วนตัวที่คุณสะสมและดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ AI มีข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยอยู่เสมอ
Dan เปรียบมันเหมือนสวนที่ต้องรดน้ำและตัดแต่งกิ่งอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ปลูกทิ้งไว้แล้วไม่ดูแล. ทักษะนี้รวมถึงการอัปเดตข้อมูลลูกค้า ผลการทดลองที่ผ่านมา บทเรียนที่เรียนรู้ และข้อมูลแข่งขันในตลาด ยิ่ง Knowledge Base ดีและครบถ้วนมากเท่าไหร่ AI ก็จะตอบสนองได้แม่นยำและมีประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น
.
ทักษะที่ 9 — Personalized Learning
.
ทักษะสุดท้ายคือการใช้ AI เป็นครูส่วนตัวที่ปรับหลักสูตรตามระดับความรู้และความสนใจของคุณโดยเฉพาะ
Dan บอกว่าเขาใช้ AI เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่โดยบอกให้มันอธิบายในสไตล์ที่ตัวเองเข้าใจได้ ใช้ตัวอย่างจากอุตสาหกรรมที่คุ้นเคย และเชื่อมโยงกับสิ่งที่รู้อยู่แล้ว
.  
ตัวอย่างเช่น แทนที่จะพิมพ์ว่า "อธิบาย Machine Learning ให้ฟัง" เขาจะพิมพ์ว่า "อธิบาย Machine Learning โดยใช้ตัวอย่างจากธุรกิจ SaaS ในระดับที่คนไม่มีพื้นฐานเทคนิคเข้าใจได้ แล้วบอกว่าฉันควรเรียนรู้อะไรต่อจากนี้" วิธีนี้ทำให้ประหยัดเวลาเรียนรู้ได้มหาศาล
.
ทักษะทั้ง 9 อย่างของ Dan Martell ไม่ได้ซับซ้อนหรือต้องมีพื้นฐานเทคนิคใดๆ แต่ต้องอาศัยความตั้งใจและความสม่ำเสมอในการฝึกฝน
สิ่งที่ทำให้ 1% แรกแตกต่างจากคนอื่นไม่ใช่การมีเครื่องมือที่ดีกว่า แต่คือความสามารถในการสื่อสารกับ AI ได้ชัดเจนกว่า คิดได้ละเอียดกว่า และวนซ้ำปรับปรุงงานได้เร็วกว่า
เครื่องมืออย่าง ChatGPT, Claude, Grok, Perplexity และ DeepSeek ล้วนเข้าถึงได้ฟรีหรือในราคาไม่แพง สิ่งที่แพงกว่าคือเวลาที่เสียไปกับการใช้งานอย่างผิดวิธี. Dan ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าคิดว่า "คนฉลาดไม่ได้สะสมความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือ แต่พวกเขาสะสมความสามารถในการคิดให้ชัดพอที่จะมอบหมายงานให้ AI ทำแทนได้"
.
.
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH 
——— 
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน 
.
#Business 
#100WEALTH 
#ไปให้ถึง100ล้าน

วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569

AI.​ใครแน่...

ทำธุรกิจแบบตัวคนเดียว ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว จากที่เคยต้องจ้างทีมงานหลายคน ใช้เวลาหลายชั่วโมงในการตอบแชท สร้างคอนเทนต์ และวางแผนการตลาด ในปัจจุบันเรามี AI อย่าง ChatGPT เป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่พร้อมทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เคยบ่น ไม่เคยเหนื่อย และที่สำคัญคือ "ฟรี"
.
จึงได้รวบรวม 30 Prompt ที่ได้ทดสอบและใช้งานจริง ตั้งแต่ใช้เขียนคอนเทนต์ / วางแผนโพสต์ /
ตอบแชท ที่จะช่วยประหยัดเวลาให้ธุรกิจคุณ...
เขียนคอนเทนต์
1. ช่วยเขียนคำอธิบายสั้น ๆ เกี่ยวกับหัวข้อ '[ใส่หัวข้อที่คุณสนใจ]' พร้อมตั้งชื่อเรื่องให้น่าสนใจและน่าอ่าน ช่วยเขียนเนื้อหา + สร้างภาพประกอบ ตรวจสอบ Plagiarism + Humanise content ให้ดูธรรมชาติ
2. ช่วยคิดไอเดียโพสต์ที่มีแนวโน้มเป็นไวรัลบน [แพลตฟอร์มที่ใช้ เช่น Lemon8, TikTok, Instagram] ในหมวด [หมวดที่ทำ เช่น AI, แฟชั่น, สุขภาพ] พร้อมหัวข้อที่น่าสนใจ 5 หัวข้อ และวิธีการนำเสนอที่ดึงดูด
3. ช่วยเขียนแคปชั่นสำหรับโพสต์เกี่ยวกับ [หัวข้อ] ที่ทำให้คนหยุดอ่าน และกระตุ้นให้มี Engagement (กดไลก์ แชร์ หรือคอมเมนต์) โดยใช้สไตล์การเขียนที่ [เลือกสไตล์ เช่น ฮา ดราม่า ให้ความรู้]
.
4. ช่วยเขียนสคริปต์สำหรับวิดีโอสั้นบน [แพลตฟอร์ม เช่น TikTok, Reels] ความยาวไม่เกิน [ระยะเวลาวิดีโอ เช่น 30 วินาที] เกี่ยวกับ [หัวข้อ] ที่ดึงดูดให้คนดูจบจนจบ พร้อม CTA ที่ทำให้คนมีส่วนร่วม
5. ช่วยวิเคราะห์เทรนด์ใหม่ๆ ใน [หมวดที่สนใจ เช่น AI, Beauty, Tech, แฟชั่น] ที่กำลังได้รับความนิยม และแนะนำวิธีนำไปใช้ในคอนเทนต์ของอินฟลูเอนเซอร์
6. ช่วยย่อเนื้อหาโพสต์นี้ให้กระชับและน่าสนใจขึ้นสำหรับโซเชียลมีเดีย โดยคงสาระสำคัญไว้ พร้อมแฮชแท็กที่เหมาะสม: [วางโพสต์ต้นฉบับ]
.
7. ช่วยคิดไอเดียคอนเทนต์รีวิวเกี่ยวกับ [สินค้า/บริการ] ที่ไม่ดูเป็นโฆษณาจนเกินไป แต่ดึงดูดและน่าเชื่อถือ โดยใช้ storytelling หรือประสบการณ์จริง
8. ช่วยคิดคำถามหรือโพสต์ที่ทำให้คนอยากมีส่วนร่วมเกี่ยวกับ [หัวข้อ] ที่จะกระตุ้นให้คนคอมเมนต์ แชร์ หรือโต้ตอบมากขึ้น
9. ช่วยเขียนสคริปต์หรือโครงเรื่องสำหรับไลฟ์/พอดแคสต์เกี่ยวกับ [หัวข้อ] ที่น่าสนใจ โดยให้มีโครงสร้างที่ดึงดูดคนดู ฟังแล้วไม่เบื่อ
วางแผนโพสต์
10. ช่วยวางแผนแคมเปญเพื่อโฆษณา Facebook สำหรับสินค้า [ชื่อสินค้า] ที่เน้นจุดเด่นเรื่อง [จุดเด่น] กลุ่มเป้าหมายคือ [กลุ่มเป้าหมาย] โดยมีข้อความไม่เกิน [จำนวนตัวอักษร]
11. สร้างข้อความโฆษณา Remarketing บน Facebook สำหรับลูกค้าที่เข้าชมเว็บไซต์ [ชื่อเว็บไซต์] โดยนำเสนอโปรโมชั่นพิเศษ เพื่อกระตุ้นให้กลับมาซื้อสินค้าอีกครั้ง
12. วางแผน content เพื่อให้เกิดบทสนทนา Twitter Thread เกี่ยวกับ [หัวข้อ] ที่กระตุ้นให้เกิดการ Retweet และ Comment
.
13. วางแผนประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับ [ข่าวสาร/กิจกรรม] ของบริษัท โดยเน้นกลุ่มเป้าหมาย [กลุ่มเป้าหมาย] โดยแบ่งประเภทข่าวสาร/กิจกรรม
14. เขียนบทความ PR เกี่ยวกับ [เรื่องราว/ความสำเร็จ] ของบริษัท โดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย น่าติดตาม และสอดแทรก Call-to-action เชิญชวนให้ติดตามข่าวสาร
15. สร้าง Timeline ประวัติความเป็นมาของ [แบรนด์/บริษัท] โดยเน้นเหตุการณ์สำคัญ และความสำเร็จ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
.
16. คิด Theme กิจกรรม Marketing แบบออนไลน์ สำหรับ [เทศกาล/วันสำคัญ] ที่น่าสนใจ สร้าง Engagement และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย [กลุ่มเป้าหมาย]
17. สร้าง Content Calendar ประจำเดือน [เดือน] สำหรับ [แบรนด์/ธุรกิจ] โดยกำหนดหัวข้อ วันเวลาโพสต์ และแพลตฟอร์ม
18. ออกแบบ Customer Journey สำหรับลูกค้าใหม่ที่เพิ่งรู้จัก [แบรนด์/ธุรกิจ] โดยกำหนด Touchpoint และเนื้อหา Content ที่เหมาะสมในแต่ละขั้นตอน
.
19. ออกแบบโพสต์ 1 เดือน (4 สัปดาห์) สำหรับเพจที่ต้องการเพิ่ม engagement (like, comment, share) โดยไม่เน้นขาย เช่น โพสต์ถาม-ตอบ, โพล, มุกตลก, meme, Q&A และช่วยคิดหัวข้อ + caption + CTA ที่กระตุ้นให้คนคอมเมนต์
20. วิเคราะห์โพสต์/คอนเทนต์เก่าของเพจ [ชื่อเพจ] แล้วช่วยออกแบบแผน recycle เช่น ตัด highlight, สรุป 3 ประเด็น, หรือ remix เป็น meme, Q&A, clip สั้น เพื่อโพสต์ใหม่โดยยังคงคุณค่าเดิม
21. ช่วยออกแบบ content plan สำหรับ launch สินค้าใหม่ 4 สัปดาห์ โดยแบ่งเป็น: teaser, educate, launch day, post-launch ระบุแต่ละโพสต์: funnel stage, purpose, key message, CTA, format (เช่น clip, post, story)
.
22. ช่วยวิเคราะห์ ปัญหา/pain point ของลูกค้า ใน [อุตสาหกรรม/สินค้า] แล้วออกแบบ content 10 โพสต์ โดยแยกว่าโพสต์ไหนใช้เพื่อ Awareness, Consideration, Conversion ช่วยเขียน reason why + key message + CTA สำหรับแต่ละโพสต์
23. ช่วยสร้าง คอนเทนต์ซีรีส์ 7-14 วัน (แบบ challenge, mission หรือเรียนรู้ทีละขั้น) ที่จะพาคนจาก Top → Bottom funnel สำหรับแต่ละวัน เขียนหัวข้อ, เหตุผลว่าทำไมโพสต์นี้สำคัญ, CTA และสิ่งที่เราต้อง track (เช่น engagement, DM, click)
24. ช่วยออกแบบ pillar content (คอนเทนต์แกนหลัก) 3-5 เรื่อง ที่แบรนด์ควรทำซ้ำ ๆ ในแต่ละเดือน เพื่อสร้างตัวตนและ brand recall สำหรับแต่ละ pillar ให้ reason why, idea โพสต์, funnel stage และ CTA
ตอบแชทลูกค้า
25. ช่วยร่างคำตอบสำหรับการตอบรีวิวเชิงลบบน Facebook โดยให้เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ขอบคุณลูกค้าอย่างจริงใจ และเสนอให้ติดต่อกลับเพื่อแก้ปัญหา โดยใช้โทนภาษาอบอุ่น
26. ช่วยสร้างสคริปต์ตอบลูกค้าต่างชาติ โดยใช้ภาษาอังกฤษสุภาพ ใส่คำแปลภาษาไทยด้านหลังทุกประโยค และปรับโทนให้เป็นมิตรแบบคนไทย เพื่อให้ลูกค้าต่างชาติรู้สึกประทับใจ
27. ช่วยสร้างบทสนทนาเพื่อสอบถามความพึงพอใจหลังการซื้อ พร้อมขอรีวิว และให้โค้ดส่วนลด 10% สำหรับการซื้อครั้งต่อไป โดยใช้ภาษาที่อบอุ่นเหมือนเพื่อน
.
28. ช่วยจัดหมวดหมู่คำถามที่พบบ่อย 10 คำถาม พร้อมสร้างคำตอบแบบสั้น กระชับ เข้าใจง่าย เพื่อให้ลูกค้าอ่านแล้วเข้าใจทันที
29. ช่วยเขียนบทสนทนาเฉพาะสำหรับลูกค้า VIP โดยปรับโทนให้เป็นกันเอง แต่ยังคงความหรูหรา พร้อมแนะนำโปรแกรมสมาชิกแบบ exclusive
30. ช่วยเขียนบทสนทนาติดตามลูกค้าเก่าที่ไม่ซื้อซ้ำภายใน 90 วัน โดยเสนอโปรโมชั่นพิเศษแบบจำกัดเวลา พร้อมกระตุ้นให้กลับมาซื้ออีกครั้ง
.
.
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
———
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน
.
#Business #AI
#100WEALTH
#ไปให้ถึง100ล้าน

ChatGPT 5.5 หรือ DeepSeek V4? เลือกอาวุธเปลี่ยนชีวิตธุรกิจอย่างไร ในสมรภูมิ AI 2026

ChatGPT 5.5 หรือ DeepSeek V4? เลือกอาวุธเปลี่ยนชีวิตธุรกิจอย่างไร ในสมรภูมิ AI 2026
จะทำอย่างไร ถ้างานที่เคยใช้เวลาทำทั้งปี วันนี้คู่แข่งของคุณทำเสร็จได้ในวันเดียว? 

คำถามนี้คงเกิดขึ้นในใจคนในแวดวงธุรกิจทันทีหลังการเปิดตัว ChatGPT 5.5 เมื่อช่วงดึกวันที่ 23 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา เพราะนี่คือการเปิดตัว ‘แรงงานดิจิทัล’ ที่ไม่ได้แค่คุยเก่งแต่ทำงานแทนคนได้จริง ด้วยขุมพลังที่เหนือชั้นกว่าโมเดลตัวก่อนๆ มหาศาล

และในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันนี้เอง สมรภูมิก็ยิ่งเดือดขึ้นเมื่อฝั่งจีนส่ง DeepSeek V4 ตัวจริงเข้ามาเขย่าตลาด หลังปล่อยให้คนได้ลองตัว DeepSeek V4 Lite มาตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม และเล่นสงครามราคาจนความฉลาดระดับโลกกลายเป็นของถูกที่ใครก็เข้าถึงได้ 

การขยับตัวของสองยักษ์ใหญ่ในเดือนเมษายนนี้คือสัญญาณชัดเจนว่าเราได้ก้าวเข้าสู่ยุคที่ความเร็วคือใบเบิกทางเดียวสู่ความอยู่รอด 

🟡 ChatGPT 5.5 แกร่งแค่ไหน ทำไมถึงมีสิทธิ์ปฏิวัติโลกการทำงาน

ChatGPT 5.5 ก้าวสู่ Agentic AI หรือเอไอที่ลงมือทำแทนเราได้จริงผ่านฟีเจอร์ Computer Use ที่มองหน้าจอและขยับเมาส์แทนมนุษย์ได้แม่นยำถึง 78.7% ความล้ำนี้ช่วยย่องาน Artwork ที่เคยใช้เวลาหลายชั่วโมงให้เหลือไม่ถึง 60 นาที ด้วยโมเดล GPT Image 2.0 ที่เข้าใจองค์ประกอบศิลป์ แสงเงา และโจทย์ธุรกิจได้เหมือนดีไซเนอร์จริงๆ

นอกจากงานภาพที่สวมบทผู้กำกับศิลป์แล้ว ยังโดดเด่นเรื่อง Creative Thai ที่เข้าใจวัฒนธรรมและคำสแลงไทยอย่างลึกซึ้ง มันสามารถสลับโปรแกรมไปมาเพื่อดึงข้อมูล วางเลย์เอาต์ และจบงานเสร็จสรรพในคำสั่งเดียว เปลี่ยนบทบาทพนักงานออฟฟิศจากการนั่งคลิกงานซ้ำซาก ให้กลายเป็นผู้กำกับงานที่คอยตรวจรับผลลัพธ์ในขั้นตอนสุดท้าย

🟡 ทำไม DeepSeek V4 จึงเป็นคู่ชก ChatGPT 5.5 ที่น่าจับตา

ฝั่งจีนเลือกเขย่าบัลลังก์ด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้าในราคาที่ถูกเหลือเชื่อ DeepSeek V4 มาพร้อมนวัตกรรม Engram Memory ที่แยกส่วนคิดออกจากความจำ ทำให้จดจำและดึงข้อมูลจากเอกสารนับล้านโทเค็น (เท่ากับหนังสือ 20 เล่ม) ออกมาใช้งานได้แม่นยำถึง 97%

ในแง่ภาษาไทย DeepSeek V4 คือเซียนด้าน Structured Analysis ที่เน้นความถูกต้องและเป็นระบบ เหมาะกับงานแปลเอกสารราชการหรือสรุปรายงานการเงิน เคล็ดลับอยู่ที่ระบบ MoE 2.0 ที่เลือกใช้สมองเฉพาะส่วนที่จำเป็น ทำให้ประมวลผลเร็วและประหยัดพลังงาน เปลี่ยนความฉลาดระดับโลกให้กลายเป็นสาธารณูปโภคราคาถูกที่ธุรกิจทุกขนาดนำไปใช้เพิ่มพลังได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งพาแต่เทคโนโลยีตะวันตก

ที่สำคัญที่สุดคือมันไม่ต้องง้อชิปราคาแพงและหายากจากอเมริกา (NVIDIA) เพราะถูกออกแบบมาให้รันบนชิปที่เข้าถึงง่ายอย่าง Huawei ได้ทันที ทำให้ความฉลาดระดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์กลายเป็น ‘ของถูกและดี’ ที่ทุกธุรกิจเอื้อมถึงได้

🟡 เทียบราคาให้เห็นชัด ความคุ้มค่าแบบนี้เหมาะกับใคร

เมื่อกางตัวเลขค่าบริการต่อ 1 ล้านโทเค็น ChatGPT 5.5 อยู่ที่ประมาณ 15 ถึง 30 ดอลลาร์ ขณะที่ DeepSeek V4 ทำราคาได้ถูกเหลือเชื่อเพียง 1.10 ดอลลาร์ หรือต่างกันเกือบ 30 เท่า แต่การเลือกใช้ไม่ได้มีเพียงเรื่องราคา แต่รวมถึงอธิปไตยของข้อมูล

ChatGPT Enterprise มอบความอุ่นใจด้วยมาตรฐาน SOC 2 และ Copyright Shield คุ้มครองลิขสิทธิ์งานสร้างสรรค์ เหมาะกับองค์กรใหญ่ที่เน้นความพรีเมียม แต่หากคุณเป็นสตาร์อัพหรือหน่วยงานที่เน้นความมั่นคงสูงสุด DeepSeek V4 ที่มาแบบ Open-weights เปิดโอกาสให้ติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ปิด (Air-gapped) ของตัวเองได้ 100% โดยไม่ต้องส่งข้อมูลออกนอกองค์กร

🟡 กลยุทธ์และทางรอดในโลกสปีดสิบเท่า

นพ.ปิยะฤทธิ์ อิทธิชัยวงศ์ หรือหมออ๋า ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา AI เพื่อการแพทย์ วิเคราะห์ว่าความเก่งที่จับต้องได้ที่สุดคือสปีดที่เหลือเชื่อ โปรเจกต์ที่เคยทำเป็นปีจบได้ในวันเดียว งาน Artwork เหลือไม่ถึงชั่วโมง สิ่งที่น่ากังวลคือหากเรายังทำงานด้วยความเร็วเดิมในวันที่คู่แข่งมีพลังเพิ่มขึ้น 10 เท่าจากเอไอ เราจะพ่ายแพ้อย่างไม่มีทางสู้

อีกเรื่องหนึ่งคือ ช่องว่างความเก่งระหว่างจีนและอเมริกาที่เคยห่างกันเป็นปี ตอนนี้แคบลงจนเหลือเพียงประมาณ 1 เดือนเท่านั้น ดังนั้นไม่ต้องรอให้เอไอสมบูรณ์แบบ แต่ต้องเริ่มใช้ทันที และเตรียมรับมือยุค GEO (Generative Engine Optimization) ที่ต้องปรับคอนเทนต์ให้เอไอเลือกหยิบไปตอบผู้บริโภคแทนการทำ SEO แบบเดิม ยุคนี้ไม่ใช่เรื่องของคนเก่งปะทะคนเก่ง แต่คือบททดสอบของวาทยากรที่ประสานพลังเอไอทั้งสองฝั่งเพื่อกุมชัยชนะในโลกที่ขีดจำกัดด้านเวลาถูกทำลายลงตลอดกาล

การปะทะกันของ ChatGPT 5.5 และ DeepSeek V4 คือสัญญาณเตือนว่า อนาคตของการทำงาน ได้กลายเป็นปัจจุบันไปแล้ว เครื่องมือเหล่านี้ไม่ได้มาเพื่อแทนที่มนุษย์ แต่มาเพื่อลบขีดจำกัดด้านเวลาที่เคยขวางกั้นเราออกไป ใครที่เริ่มใช้ก่อนและรู้จักประสานพลังของทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกัน คนนั้นคือผู้กุมกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในโลกใหม่ที่ความเร็วคือใบเบิกทางเดียวสู่ความอยู่รอดอย่างแท้จริง

#ChatGPT55 #DeepSeekV4 #สมรภูมิAI #ธุรกิจ2026 #GenerativeAI

ใครจะไปเชื่อว่าชิปตัวละร้อยกว่าบาทอย่าง ESP32 จะสามารถแปลงร่างเป็น Web Server

ใครจะไปเชื่อว่าชิปตัวละร้อยกว่าบาทอย่าง ESP32 
จะสามารถแปลงร่างเป็น Web Server สาธารณะให้คนทั้งโลกเข้าชมได้!
ไม่ต้องเสียรายเดือนให้ Cloud Hosting ไม่ต้องพึ่งพา Server ตัวใหญ่ๆ
* งานนี้กำลังแก้ปัญหาอะไร
ปกติเวลาเราทำ Web Server บน ESP32 เรามักจะเข้าชมได้แค่ในวง WiFi เดียวกัน (Local Network) พอจะเอาออกเน็ตทีก็ต้องวุ่นวายกับการทำ Port Forwarding หรือเสียเงินเช่า Host เพื่อฝากข้อมูล แต่โปรเจกต์นี้โชว์ให้เห็นว่าเราสามารถทำให้ ESP32 กลายเป็น "โฮสต์" จริงๆ ที่คนภายนอกกดเข้า Link มาดูได้เลย

* จุดที่น่าสนใจของวิธีนี้
ความเจ๋งคือการจัดการทรัพยากรครับ เพราะ ESP32 มี RAM และ CPU จำกัด การจะรันหน้าเว็บที่มีรูปภาพหรือสคริปต์เยอะๆ พร้อมกันหลายคนคือเรื่องยาก แต่โปรเจกต์นี้ใช้เทคนิคการเขียนโค้ดที่รีดประสิทธิภาพออกมา จนสามารถรับ Traffic จากคนทั่วโลกได้ในระดับหนึ่งเลย

* สิ่งที่ทำได้จริง
- สร้างหน้า Dashboard ส่วนตัวเพื่อคุมอุปกรณ์ในบ้านจากนอกบ้าน
- โชว์พอร์ตโฟลิโอ หรือโปรเจกต์เล็กๆ ให้คนอื่นดูผ่าน URL
- ประหยัดพลังงานสุดๆ เพราะรันบน Microcontroller แทนการเปิดคอมทิ้งไว้

* จุดที่คนทำระบบน่าจะอยากเอาไปคิดต่อ
ถ้าจะเอาไปใช้จริง การรักษาความปลอดภัย (Security) สำคัญมากครับ เพราะเมื่อเราเปิดเป็น Public แล้ว ใครๆ ก็เข้าถึงได้ การตั้งรหัสผ่าน หรือการจัดการ Session ของผู้ใช้งานคือสิ่งที่ต้องเขียนเพิ่มเข้าไปให้แน่นหนา

* ข้อที่ควรรู้ก่อนอินเกิน
ต้องยอมรับว่ามันไม่ได้เร็วแรงเท่า Server จริงๆ นะครับ ถ้าคนเข้าพร้อมกันหลักร้อยหลักพันน้องอาจจะค้างได้ เหมาะสำหรับงานสเกลเล็ก หรือโปรเจกต์ที่เน้นความประหยัดและเป็นส่วนตัวมากกว่า

ใครมี ESP32 เหลืออยู่ในลิ้นชัก ลองหยิบมาปัดฝุ่นทำเป็นเว็บส่วนตัวกันดูครับ!
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ openlink.co/globalbyte

#ESP32 #WebHosting #IoT #SmartHome #MakerThailand #GlobalByteShop #Globalbyte

จงหิวโหย?

จงหิวโหย และโง่เขลาอยู่เสมอ ~~~~~~~~ 1. อย่าทำตัวเหมือนรู้ทุกอย่างแล้ว วันที่เราคิดว่าพอแล้ว มักเป็นวันที่เราเริ่ม หยุดโตแบบเงีย...