วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569

เก่ง แต่ไม่ลงมือทำ ก็คงไม่เกิดประโยชน์




ความเก่งที่อยู่แค่ในความคิด

ไม่ต่างจากศักยภาพที่ยังไม่ถูกเปิดใช้

มันอาจดูดี

อาจฟังแล้วน่าชื่นชม

แต่ถ้าไม่ถูกแปลงเป็นการกระทำ

มันก็ไม่เคยแตะชีวิตจริงเลย


หลายคนฉลาด

มองเกมขาด

พูดเป็น

คิดไว

แต่หยุดอยู่ตรงคำว่า

“เดี๋ยวก่อน”

“ยังไม่พร้อม”

“รอให้ดีกว่านี้อีกนิด”


สุดท้าย

เวลาผ่านไป

โอกาสผ่านไป

และความเก่ง

ก็กลายเป็นแค่เรื่องเล่า

ที่ไม่เคยสร้างผลลัพธ์


การลงมือทำ

ไม่ต้องสมบูรณ์

ไม่ต้องเก่งที่สุด

แค่เริ่ม

แค่ลอง

แค่ยอมให้ตัวเองพลาด

ก็เหนือกว่าการไม่ทำอะไรเลย


เพราะโลก

ไม่ได้ให้รางวัลกับคนที่คิดเก่ง

แต่ให้รางวัลกับคนที่

กล้าเอาความคิดนั้น

ไปแลกกับความจริง


ความเก่งที่มีค่า

คือความเก่งที่ยอมเหนื่อย

ยอมพลาด

ยอมถูกวิจารณ์

และยังทำต่อ


ต่อให้ทำช้า

ต่อให้ยังไม่ดี

แต่ทุกการลงมือ

คือการขยับจากศูนย์

ไปข้างหน้า


ถ้าวันนี้คุณรู้ว่าตัวเองเก่งด้านไหน

อย่าเก็บมันไว้ในหัว

จนมันหมดอายุ

จงใช้มัน

แม้จะยังไม่มั่นใจ

เพราะประโยชน์

ไม่เคยเกิดจากศักยภาพ

ที่ไม่ถูกใช้งาน


#เก่งต้องลงมือทำ

#ความคิดต้องแปลงเป็นการกระทำ

#เริ่มก่อนถึงจะพัฒนา

#ศักยภาพมีไว้ใช้ไม่ใช่ไว้คิด

#วิถีครูสังคม

วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569

การหัวเราะในลำคอ ในขณะฟังผู้อื่นพูด โดยเฉพาะในเรื่องที่เราไม่ถูกใจ คือ “การเสียมารยาท” อย่างชัดเจน

 การหัวเราะในลำคอ

ในขณะฟังผู้อื่นพูด

โดยเฉพาะในเรื่องที่เราไม่ถูกใจ

คือ “การเสียมารยาท” อย่างชัดเจน



มันอาจไม่ใช่เสียงหัวเราะดัง

แต่เป็นท่าทีที่สื่อสารแรงมาก

เพราะมันแปลว่า

ไม่ให้เกียรติ

ไม่รับฟัง

และลดคุณค่าของผู้พูดลงทันที


บางคนอาจคิดว่า

ไม่ได้พูดอะไรออกไป

แต่ภาษากาย

และน้ำเสียงเล็ก ๆ

กลับพูดแทนใจได้หมดแล้ว


การฟังที่ดี

ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย

แต่ต้องให้เกียรติ

เพราะสิทธิในการพูด

ไม่ได้มาพร้อมกับสิทธิในการถูกดูแคลน


ในที่ทำงาน

หรือในสังคม

พฤติกรรมแบบนี้

ทำลายบรรยากาศ

และสร้างรอยร้าวเงียบ ๆ

โดยไม่รู้ตัว


คนที่เป็นมืออาชีพ

จะคุมสีหน้า คุมท่าที

มากกว่าคุมความถูกผิดของเรื่อง

เพราะเขารู้ว่า

มารยาท คือพื้นฐานของการอยู่ร่วมกัน


ถ้าไม่เห็นด้วย

เลือกเงียบ

หรือโต้แย้งด้วยเหตุผล

ย่อมดีกว่าแสดงท่าทีประชด

ที่ทำให้คนอื่นรู้สึกด้อยค่า


ความสุภาพ

ไม่เคยทำให้ใครดูอ่อน

แต่ทำให้ดู “สูง” ขึ้น

โดยไม่ต้องยกเสียง


#มารยาททางสังคม

#ฟังอย่างให้เกียรติ

#ภาษากายสำคัญกว่าที่คิด

#มืออาชีพต้องคุมอารมณ์

#วิถีครูสังคม

เสียงดังทำให้คนกลัว แต่ไม่ได้ทำให้คนฟัง “เข้าใจ”

 เสียงดังทำให้คนกลัว

แต่ไม่ได้ทำให้คนฟัง “เข้าใจ”


ความกลัวอาจบังคับให้เงียบ

แต่ไม่เคยบังคับให้คิด

ไม่เคยทำให้เรียนรู้

และไม่เคยทำให้ใครอยากร่วมมือจากใจ


คนที่เข้าใจ


ไม่จำเป็นต้องถูกตะคอก

เขาแค่ต้องการเหตุผล

น้ำเสียงที่ให้เกียรติ

และพื้นที่ให้ตั้งคำถาม


การสื่อสารที่ดี

ไม่ใช่การเอาชนะด้วยอำนาจ

แต่คือการพากันไปถึงเป้าหมายเดียวกัน

โดยไม่มีใครรู้สึกเล็กลงระหว่างทาง


บางครั้ง

เสียงที่เบาที่สุด

กลับเป็นเสียงที่ดังอยู่ในใจคนได้นานที่สุด


และผู้นำที่แท้จริง

ไม่ต้องยกเสียงให้เหนือใคร

เพราะเขายืนอยู่เหนืออารมณ์ของตัวเองแล้ว


#สื่อสารด้วยสติ

#เข้าใจสำคัญกว่ากลัว

#ภาวะผู้นำที่แท้จริง

#เสียงเบาแต่ทรงพลัง

#วิถีครูสังคม

เจาะอินไซต์ Creator Economy 2026 เมื่อคอนเทนต์กลายเป็นทรัพย์สินทางธุรกิจ

#MarketeerOnline 🔴 เจาะอินไซต์ Creator Economy 2026 เมื่อคอนเทนต์กลายเป็นทรัพย์สินทางธุรกิจ
ปัจจุบัน Creator Economy กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ที่ไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ในประเทศหรือภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งอีกต่อไป แต่สามารถขยายอิทธิพลและมูลค่าทางเศรษฐกิจไปสู่เวทีโลกในฐานะ Global Citizen ได้มากขึ้น 

รูปแบบการเติบโตของครีเอเตอร์จึงแตกต่างกันไปตามพฤติกรรมผู้ชมและบริบททางวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่ ส่งผลให้บทบาทของ Content Creator ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็น “ผู้ผลิตคอนเทนต์” อีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริง ทั้งในรูปของทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และโมเดลธุรกิจ
.
:: เมื่อครีเอเตอร์คิดแบบเจ้าของธุรกิจ ไม่ใช่แค่ผู้รับงานรีวิว :: 

วันนี้ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ไม่ได้ทำเพียงแค่สร้างผลงาน รับงานรีวิวจากแบรนด์ หรือเกาะกระแสเทรนด์เท่านั้น แต่เริ่มให้ความสำคัญกับการวางโครงสร้างธุรกิจ และการทำให้ผลงานของตัวเองมีลิขสิทธิ์อย่างเป็นระบบมากขึ้น 

สอดคล้องกับผลสำรวจของ Visa ปี 2025 ที่ระบุว่า 68% ของครีเอเตอร์ทั่วโลกมองว่าตัวเองคือ “เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก” และมีเป้าหมายสร้างความมั่นคงทางการเงินผ่านการถือครองลิขสิทธิ์คอนเทนต์ของตนเอง

รายงาน IP Market Outlook 2025 ยังชี้ว่า การเติบโตของ Creator Economy ส่งผลให้การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าประเภทโลโก้ในนามบุคคลธรรมดาเพิ่มขึ้นถึง 13.4% ทั่วโลก 

สอดคล้องกับข้อมูลของกรมทรัพย์สินทางปัญญาในช่วงปี 2025–2026 ที่ระบุว่าคนไทยยื่นคำขอจดทะเบียนธุรกิจกว่า 75,381 ราย เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 9.11% โดยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มธุรกิจบริการด้านการตลาด ความงาม และ Art Toy
.
:: “Creator-First Culture” จากการจ้างงาน สู่การปั้นอาชีพอย่างยั่งยืน :: 

แนวคิด “Creator-First Culture” จึงไม่ใช่แค่การจ้างงานครีเอเตอร์มาทำคอนเทนต์ แต่คือการพัฒนาให้ครีเอเตอร์สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน และเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาของตัวเองได้อย่างแท้จริง 

อัลเธีย ลิม ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม Gushcloud International มองว่า กุญแจสำคัญคือการวางระบบที่ครอบคลุมทั้งเส้นทางอาชีพและกระบวนการผลิตคอนเทนต์ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ Gushcloud เข้าไปลงทุนใน UAE ประเทศที่มีกำลังซื้อสูง เทคโนโลยีก้าวหน้า และมีนโยบายรองรับอาชีพครีเอเตอร์อย่างจริงจัง ตั้งแต่การออกกฎจดทะเบียน ไปจนถึงโครงการดึงดูดครีเอเตอร์ต่างชาติภายใต้ Creators HQ จากกว่า 147 ประเทศ ผ่านกองทุน Content Creators Fund โดยข้อมูลปี 2025 ระบุว่ากลุ่มครีเอเตอร์ที่พำนักอยู่ใน UAE มีผู้ติดตามรวมกันมากกว่า 2.45 พันล้านคน
.
:: MENA สมรภูมิใหม่ของ Creator Economy โลก :: 

ภูมิภาค MENA (Middle East and North Africa) จึงกำลังถูกจับตามองว่าอาจกลายเป็นจุดหมายใหม่ของทั้งแบรนด์และครีเอเตอร์ทั่วโลก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม Digital Advertising และ Gaming 

ข้อมูลจาก PwC (Strategy&) ระบุว่าตลาดในภูมิภาคนี้มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 7.4% ต่อปี และที่น่าสนใจคือ งบโฆษณาดิจิทัลใน MENA มีสัดส่วนถึง 46% ของงบสื่อทั้งหมด สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์เป็นหลัก ขณะที่ภาครัฐเองก็มีการออกกฎหมายและใบอนุญาตโฆษณาเพื่อสร้างมาตรฐานและความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์ที่ต้องการเข้ามาลงทุน

ในด้านพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ใน MENA ผู้ชมมักเลือกติดตามคอนเทนต์ตาม “ความสนใจเฉพาะด้าน” มากขึ้น ซึ่งเปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์สามารถสร้างฐานแฟนแบบ Niche Community ได้อย่างชัดเจน ไมเคิล ชาฮ์ดา ประธานบริหาร Gushcloud TalentPlus ระบุว่า เทรนด์นี้ช่วยให้แบรนด์สามารถทำการตลาดแบบ Targeted Marketing ได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
.
:: โอกาสของแบรนด์และครีเอเตอร์ไทย ในตลาดกำลังซื้อสูง :: 

ขณะเดียวกัน ตลาดกำลังซื้อสูงอย่าง UAE และซาอุดีอาระเบีย ยังมองว่าสินค้าไทยเป็น “พรีเมียมที่จับต้องได้” ไม่ว่าจะเป็นสินค้าสปา สกินแคร์ออแกนิก สมุนไพรไทย น้ำมะพร้าว อาหารฮาลาล เครื่องประดับดีไซน์ไทย ไปจนถึงผ้าไหมและผ้าฝ้ายทอมือ โดยพฤติกรรมผู้บริโภคกว่า 35% ในสองประเทศนี้ ตัดสินใจซื้อสินค้าจากคำแนะนำของชาวเน็ตและอินฟลูเอนเซอร์

ด้วยเหตุนี้ ตลาด MENA จึงถูกมองว่าเป็นโอกาสใหม่ของแบรนด์ไทย โดยเฉพาะในกลุ่ม Food & Beverage, Beauty, Lifestyle, Travel และ Gaming 

คุณนิโรธ ฉวีวรรณากร Country Director ของ Gushcloud (ประเทศไทย) มองว่า จุดแข็งของครีเอเตอร์ไทยคือความเชี่ยวชาญในการทำ content-led business สามารถเปลี่ยนคุณค่าของคอนเทนต์ให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับผู้บริโภคได้อย่างเป็นธรรมชาติ สอดคล้องกับตัวเลขอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยในปี 2024 ที่มีมูลค่าสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 8.9% ของ GDP ประเทศไทย

เปิดโผ 11 สายงานที่ “คน” ยังเหนือกว่า “AI” ในปี 2026

🔍 เปิดโผ 11 สายงานที่ “คน” ยังเหนือกว่า “AI” ในปี 2026
AI เก่งขึ้นทุกวันก็จริง
แต่ยังมีหลายอาชีพที่ต้องใช้
อารมณ์ ความเห็นอกเห็นใจ และการตัดสินใจแบบมนุษย์ ❤️

📌 11 อาชีพที่ยัง “ปลอดภัย” จากการถูกแทนที่

1️⃣ บุคลากรทางการแพทย์ & ผู้ดูแล
2️⃣ ครูอาจารย์
3️⃣ ที่ปรึกษาด้านสรรหาบุคลากร (HR / Recruiter)
4️⃣ ผู้เชี่ยวชาญความปลอดภัยไซเบอร์
5️⃣ เจ้าหน้าที่กู้ชีพ / กู้ภัย
6️⃣ ช่างฝีมือ (ไฟฟ้า ประปา ช่างไม้)
7️⃣ ผู้สำรวจอสังหาริมทรัพย์
8️⃣ นายหน้าอสังหาริมทรัพย์
9️⃣ พนักงานบริการระดับพรีเมียม
🔟 งานเจรจา ต่อรอง อ่านใจคน
1️⃣1️⃣ งานที่ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตและความเชื่อใจของผู้อื่น

💡 สรุปสั้น ๆ แบบครูนิต้า
ปี 2026 ไม่ใช่ยุค คนสู้ AI
แต่คือยุคของ คนที่ใช้ AI เป็น
และยังรักษา Human Touch เอาไว้ได้ ✨

👉 ใช้ AI ช่วยงาน
👉 แต่ “คุณค่าแบบมนุษย์” ต้องเป็นตัวเราเอง

ใครอยู่ในลิสต์นี้…
โฟกัสให้ถูกทาง แล้วคุณจะยืนได้ยาว 💜


ที่มา​  FB:ครูนิต้า
#AI2026
#HumanTouch
#คนยังจำเป็น
#ใช้AIให้เป็น

กลยุทธ์การวางแผน​ ​เปลี่ยนเป้าหมายจาก 1 ล้าน เป็น30 ล้าน/ปี

เปลี่ยนเป้าหมายจาก 1 ล้าน เป็น30 ล้าน/ปี 
ด้วย AI Slop Global Content🚀🚀🚀
วันนี้มาแชร์ว่าทำไมผมถึงขยับเป้าหมายขึ้น
ไม่ได้มโน แต่มาจากข้อมูลที่ผมได้มา
จากการลงมือทำจริง อ่านจบเริ่มได้เลย

เกมนี้วัดกันที่ "ความชัดเจน" ตั้งแต่ Day 1

30 ล้านบาทของผมไม่ได้ไกลตัวเลย
แต่ถ้าคุณแตกโจทย์ออกมาเป็น "ระบบ" 
มันคือเรื่องของตัวเลขและการวางแผนล้วนๆ

นี่คือ 5 หลักคิดที่ผมใช้รันโมเดล 10-20 ช่อง 
เพื่อโกยเงินต่างประเทศ:

1. "Niche & Country" ต้องชัดตั้งแต่ Day 1 (ห้ามมั่ว)
ก่อนจะเจน AI คลิปแรก คุณต้องตอบได้เลยว่า 
"ช่องนี้ขายใคร?"
• ผิด: ทำคลิปตลก หวังให้ใครก็ได้มาดู
• ถูก: ช่อง A ทำ "Emotional Wedding" (งานแต่งซึ้งๆ) เจาะกลุ่มผู้หญิงใน Mexico และ USA
• ถูก: ช่อง B ทำ "Bodycam Police" (ตื่นเต้น/ลุ้นระทึก) เจาะกลุ่มผู้ชายใน USA และ Italy
ถ้ากลุ่มเป้าหมายไม่ชัด AI จะส่งมั่ว อัลกอริทึมจะงง 
และช่องจะตายสนิท

2. กระจายความเสี่ยงด้วย "Portfolio Strategy" 
(10-20 ช่อง)
ทำไมต้องเหนื่อยทำเยอะ? เพราะในโลก AI Slop 
ไม่มีคำว่ายั่งยืนถาวร
• เราทำ 20 ช่อง เพื่อหา "ม้าแข่งตัวท็อป" (Winner) 
เพียง 4-5 ช่อง ที่จะทำเงินแบกทั้งพอร์ต
• Target: เฉลี่ยรายได้รวมให้ได้เดือนละ 2.5 ล้านบาท (เพื่อให้จบปีที่ 30 ล้าน)
• หารเฉลี่ย 20 ช่อง = แต่ละช่องทำเงินแค่ 125,000 บาท/เดือน ก็ถึงเป้าแล้ว... เห็นไหมว่ามันเป็นไปได้!

3. เข้าใจสมรภูมิ "Geo-Arbitrage" (เล่นกับค่าเงิน)
ดูจากสถิติ Audience 
(India 30%,spain 25% ,Mexico 20%, US 18%, Italy 7%) นี่คือสูตรผสมที่ลงตัว

• Tier 1 (USA, Italy, Spain): ยอดวิวอาจจะไม่เปรี้ยงปร้าง แต่ค่าโฆษณา (RPM) แพงหูฉี่ คนดูน้อยแต่ได้เงินหนัก
• Tier 2 (Mexico, India, Poland): เน้นเอาปริมาณ (Volume) ยอดวิวหลักล้านหาง่ายมาก ช่วยดัน Engagement ให้ช่องดู Active
• Key: ทำคอนเทนต์ที่ "ไร้กำแพงภาษา" (Non-verbal) หรือใช้ AI พากย์ Local Language ให้ตรงกลุ่มทันที

4. คอนเทนต์ต้อง "Mass" แต่ไม่ "Junk"
คำว่า AI Slop ไม่ได้แปลว่าขยะที่ดูไม่รู้เรื่อง
• High Retention: ต้องดึงคนให้อยู่หมัดใน 1 วินาทีแรก (Hook ต้องแรง)
• Niches แนะนำ: Bodycam (ความระทึก), Celebrity 
(ข่าวซุบซิบ), Cars (ความหรูหรา), Podcast ตัดไฮไลท์
• AI มีหน้าที่ "ผลิตซ้ำ" (copy easy) แต่ "รสนิยม" ในการเลือกเรื่อง ต้องมาจากมนุษย์ที่เข้าใจตลาด

5. Speed & Consistency คือหัวใจ (3-5 คลิป/วัน)
ระบบ AI Copy easyถูกสร้างมาเพื่อสิ่งนี้
• ในขณะที่คู่แข่งใช้คนตัดต่อวันละ 1 คลิป... คุณใช้ AI รัน 3-6 คลิปต่อวัน x 20 ช่อง
• ยิ่งมีปริมาณคอนเทนต์ในตลาดเยอะ โอกาสที่จะ
"ติดลมบน" (Viral) ก็ยิ่งสูงขึ้น 
(เหมือนซื้อหวย 100 ใบ ย่อมถูกกว่าซื้อใบเดียว)

สรุป:
เงิน 30 ล้านบาทไม่ได้ลอยมาเฉยๆ แต่มันแลกมาด้วยการ "วางแผน" ที่เฉียบคม และการ "ลงมือทำ" 
อย่างบ้าคลั่งนรกแตกด้วยระบบ

เลิกมองว่าทำเล่นๆ... นี่คือการสร้าง Digital Asset ระดับ Global ครับ

ถ้าเข้าใจการทำคอนเทนต์มากกว่าการทำคลิป
ลงคลิปเหมือนกันแต่ผลลัพธ์ต่างกัน

วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569

วิธีพาไปถึงรายได้ 10,000+/เดือน (เชิงปฏิบัติ)

โครง “แผน 30 วัน” แบบมือใหม่ (ทำตามนี้ได้เลย)
จันทร์/พุธ/ศุกร์: Reels แนว “How-to/ทริค”
อังคาร/พฤหัส: Reels แนว “เรื่องเล่า/ประสบการณ์/เคสจริง”
เสาร์: Reels “รวม 3 ข้อ” หรือ “ตอบคอมเมนต์”
อาทิตย์: พัก หรือ Live 10–20 นาที
หลักสำคัญ: ทำ ซีรีส์ เช่น “ทริคภายใน 30 วิ EP.1–EP.10” เพราะทำให้คนติดตามและดูต่อเนื่อง

วิธีพาไปถึงรายได้ 10,000+/เดือน (เชิงปฏิบัติ)
โฟกัสที่ Reels ก่อน (เพราะดึงยอดดูได้ไว)
ทำคอนเทนต์ที่ “คนดูจบ” เช่น ขั้นตอน, เช็กลิสต์, ก่อน-หลัง
ทำซ้ำหัวข้อที่ปังในรูปแบบใหม่ 5 เวอร์ชัน (ไม่ใช่รีอัป)
ทำคลิปให้สั้น กระชับ ตัดเร็ว ซับชัด
สร้าง “ชุมชนคอมเมนต์” (ให้คอมเมนต์คำว่า X เพื่อรับไฟล์/ลิสต์) เพิ่ม engagement

ชุดคำสั่ง AI (Prompt) ที่คุณใช้ได้ทุกวัน
หาไอเดีย 20 โพสต์
“ช่วยเสนอไอเดียคอนเทนต์เพจเรื่อง [นิช] จำนวน 20 ไอเดีย แยกเป็น How-to 8, เรื่องเล่า 6, เช็กลิสต์ 6 พร้อมหัวข้อแบบดึงดูด”

ทำสคริปต์ Reels
“เขียนสคริปต์ Reels 40 วินาที หัวข้อ [X] มี Hook 2 วิ, เนื้อหา 3 ข้อ, ปิดท้ายสรุป + CTA ให้คอมเมนต์คำว่า ‘ไฟล์’ พร้อมช็อตถ่าย 7 ช็อต”

ทำแคปชัน
“เขียนแคปชัน 2 แบบสำหรับคลิปนี้: แบบกระตุ้นให้แชร์ และแบบกระตุ้นให้คอมเมนต์ พร้อมคำถามท้ายโพสต์”

ทำคอนเทนต์เป็นซีรีส์
“แตกหัวข้อ [X] ให้เป็นซีรีส์ 10 ตอน ไล่จากง่ายไปยาก พร้อมชื่อ EP และประโยค Hook ของแต่ละตอน”

ข้อห้ามที่ทำให้ “ไม่ผ่าน/โดนลดการมองเห็น” (สั้น ๆ)
รีอัปคลิปคนอื่น/ใช้คลิปมีลิขสิทธิ์/มีลายน้ำแพลตฟอร์มอื่น
โพสต์ซ้ำ ๆ เหมือนเดิมทั้งภาพและข้อความ
ใช้เพลง/เสียงที่ติดลิขสิทธิ์แบบไม่ถูกต้อง (ถ้าไม่แน่ใจ ใช้เสียงต้นฉบับหรือเสียงที่ระบบแนะนำ)
1) แนวคิดที่ต้องเข้าใจก่อน (สั้น ๆ แต่สำคัญ)
รายได้จากฟีเจอร์สร้างรายได้ของเพจ “ไม่ได้มาจากโพสต์ดีโพสต์เดียว” แต่มาจาก 3 อย่างนี้รวมกัน
ความสม่ำเสมอ (ลงคอนเทนต์ตามแผน)
Retention/Watch time (คนดูนาน ดูซ้ำ ดูต่อ)
ความเหมาะสมกับนโยบาย (ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์/รีอัป/คอนเทนต์ซ้ำ ๆ)
AI จะช่วยให้คุณ “คิดไว ทำไว ทดลองไว” แต่แกนรายได้คือ “โครงสร้างคอนเทนต์ที่ทำให้คนดูต่อ”

2) AI ที่แนะนำ (มือใหม่ใช้ได้ทันที) + ใช้ทำอะไร
กลุ่ม A: เขียนสคริปต์/คิดไอเดีย
ChatGPT: คิดไอเดีย, ทำคอนเทนต์แพลน, เขียนสคริปต์ Reels/วิดีโอ, เขียนแคปชัน, ทำ CTA
Claude / Gemini (ตัวเลือก): ช่วยสรุป/เรียบเรียงยาว ๆ หรือทำหลายเวอร์ชัน

กลุ่ม B: ทำภาพ/กราฟิก
Gemini Nanobanana = ทำรูปภาษาไทย
Canva AI (Magic Write / Text to Image): ทำภาพปก, ภาพประกอบ, เทมเพลตโพสต์, อินโฟกราฟิก
Adobe Express (ทางเลือก): ทำภาพ-วิดีโอง่าย ๆ

กลุ่ม C: ทำวิดีโอสั้น (Reels) ให้ดูโปร
CapCut: ตัดต่ออัตโนมัติ, ซับอัตโนมัติ, เทมเพลต Reels, เอฟเฟกต์, ปรับเสียง
Descript (ทางเลือก): ตัดต่อจากข้อความ, ปรับเสียง/ลบคำฟิลเลอร์
กลุ่ม D: เสียงพากย์/เสียงอ่าน (ถ้าไม่อยากใช้เสียงตัวเอง)

ElevenLabs / CapCut TTS: ทำเสียงพากย์ (แนะนำให้ใส่ “สไตล์คุณ” ด้วยการปรับคำพูดให้เป็นภาษาพูด)
กลุ่ม E: วางแผน-วิเคราะห์
Meta Business Suite (ฟรี): ดูสถิติ, เวลาโพสต์, คอนเทนต์ที่ทำเงิน/คนดูนาน
Notion AI / Google Sheets + AI (ทางเลือก): ทำตารางคอนเทนต์/ติดตามผล

Step 1: เลือก “หัวข้อหลัก” ของเพจ (1 เรื่องให้ชัด)
เลือก 1 นิชที่คุณทำได้ต่อเนื่อง เช่น
ความรู้สั้น ๆ (สุขภาพทั่วไป/การเงินส่วนบุคคล/ภาษา/ไอที)
ไลฟ์สไตล์ (จัดบ้าน/ทำอาหาร/แม่และเด็ก/สัตว์เลี้ยง)
รีวิว/เปรียบเทียบ (ของใช้จำเป็น/อุปกรณ์ทำงาน)
กติกา: เลือกเรื่องที่ทำได้วันละ 30–60 นาที แบบไม่ฝืน

Step 2: ให้ ChatGPT สร้าง “เสาหลักคอนเทนต์ 4 แบบ”
พิมพ์ให้ AI แบบนี้ (คัดลอกไปใช้ได้เลย)
“ช่วยสร้างเสาหลักคอนเทนต์เพจ Facebook เรื่อง [หัวข้อ] ให้ 4 หมวด: สอน/รีวิว/เล่าเรื่อง/ถามตอบ พร้อมตัวอย่างโพสต์หมวดละ 5 ไอเดีย แบบคนไทยอ่านง่าย”
ผลลัพธ์ที่ควรได้: คุณจะมีไอเดีย 20 โพสต์ทันที

Step 3: สร้าง “สูตร Reels 30–45 วินาที” (ทำเงินง่ายสุดสำหรับมือใหม่)
ให้ใช้โครงนี้
Hook 1–2 วิ: ทำให้หยุดดู
Value 20–30 วิ: ให้สาระ/ทริค/ขั้นตอน
Payoff 5 วิ: สรุป/ก่อน-หลัง/ผลลัพธ์
CTA 2 วิ: ชวนติดตาม/คอมเมนต์คำว่า “ขอไฟล์”

พิมพ์สั่ง AI:
“เขียนสคริปต์ Reels 35 วินาที หัวข้อ [หัวข้อย่อย] โทนเป็นกันเอง มี Hook แรง ๆ และ CTA ให้คอมเมนต์คำว่า ‘คู่มือ’ พร้อมบอกภาพที่ควรถ่ายแต่ละซีน 6 ซีน”

Step 4: ทำ “แบตช์” วันเดียวให้ได้ 5 คลิป (ลดความเหนื่อย)
วันถ่าย: ถ่าย B-roll 30–60 นาที (มือหยิบของ, หน้าจอมือถือ, ก่อน-หลัง, เดินพูด)
วันตัด: ตัดใน CapCut ทีเดียว 5 คลิป ใช้เทมเพลต+ซับออโต้

Step 5: ตัดต่อด้วย CapCut แบบเร็ว
เลือกเทมเพลต Reels
ใส่คลิปตามซีน
กด Auto Captions
ตัดช่วงเงียบ/เว้นจังหวะ
ใส่ปก (Canva) + ตัวหนังสือ 3–5 คำ

Step 6: ทำภาพปก/โพสต์ภาพด้วย Canva AI
ใช้เทมเพลต “Facebook Reels Cover”
หัวข้อปกควรเป็น “ผลลัพธ์” เช่น “3 วิธีลดรายจ่ายทันที”

Step 7: เขียนแคปชันด้วย AI (สั้น แต่ชวนคุย)
แคปชันที่เวิร์ก:
บรรทัด 1: ประโยคแทงใจ
บรรทัด 2–3: สรุปสิ่งที่จะได้
ปิดท้าย: คำถาม/ให้คอมเมนต์คำเฉพาะ

สั่ง AI:
“ช่วยเขียนแคปชัน 3 แบบ (สั้น/กลาง/ขาย) สำหรับโพสต์หัวข้อ [หัวข้อ] พร้อมแฮชแท็กไทย 8 อัน และ CTA ให้คอมเมนต์คำว่า ‘สนใจ’”

Step 8: โพสต์ตามตาราง + เก็บสถิติ
เริ่มง่ายที่สุด:
Reels 5–6 คลิป/สัปดาห์
โพสต์ภาพ/ข้อความ 2–3 โพสต์/สัปดาห์
Live สั้น 1 ครั้ง/สัปดาห์ (ถ้าทำได้)
ดูผลใน Meta Business Suite:
คลิปไหน “ดูจบ” สูง ให้ทำต่อเป็นซีรีส์


วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569

วงการ AI Video เดือดขึ้นอีกครั้งค่ะ

🔥 วงการ AI Video เดือดขึ้นอีกครั้งค่ะ 
ล่าสุด Google เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ใน Veo ที่ชื่อว่า
 "Ingredients to Video" ซึ่งแก้ Pain Point ใหญ่
ของคนใช้ AI Gen วิดีโอได้ตรงจุดมากๆ

ทำไมครูนิต้าถึงบอกว่าน่าสนใจ? มาดูกันค่ะ

✨ 1. เลิกสุ่ม! แต่คือการ "ปรุง" (Ingredients) ปกติเวลาเราสั่ง AI 
ทำวิดีโอ เรามักจะลุ้นว่าหน้าตาจะออกมาเป็นยังไงใช่ไหมคะ? 
แต่ฟีเจอร์นี้ให้เราใส่ "วัตถุดิบ" ลงไปได้ชัดเจน เหมือนเชฟเตรียมของลงหม้อ

👤 Character: ใส่รูปตัวละครที่ต้องการ

🎨 Style: ใส่ภาพอ้างอิงสไตล์สีหรือแสง

📦 Object: ใส่วัตถุที่อยากให้มี

✨ 2. ควบคุม Art Direction ได้เป๊ะขึ้น Google Veo 
จะเอาวัตถุดิบเหล่านั้นมาผสานกันออกมาเป็นวิดีโอ 
ทำให้เราคุม Mood & Tone ได้แม่นยำ ไม่ใช่การสุ่มมั่วๆ 
เหมาะมากสำหรับงานโฆษณาหรือ Storytelling ที่ต้องคุมคาแรคเตอร์ให้คงที่

✨ 3. ประหยัดเวลาบรีฟงาน แทนที่จะพิมพ์ Prompt 
ยาวเหยียดเพื่ออธิบายสไตล์ภาพ เราแค่ "โยนภาพตัวอย่าง" 
ให้ AI ดู มันก็เข้าใจทันทีว่าเราอยากได้ภาพแบบไหน

💡 สรุปมุมมองครูนิต้า: นี่คือก้าวสำคัญที่ทำให้ AI Video 
ขยับจากการ "เล่นสนุกๆ" มาเป็น "เครื่องมือระดับโปร" มากขึ้น 
ใครที่เป็น Content Creator สายวิดีโอ ต้องจับตาดู Veo ตัวนี้
ไว้ให้ดีเลยค่ะ โลกของการผลิตสื่อกำลังจะเปลี่ยนไปอีกขั้นแล้ว!

ทุกคน คิดว่าฟีเจอร์นี้จะช่วยงานเราด้านไหนได้บ้างคะ? 
คอมเมนต์มาคุยกันได้เลย 👇

#GoogleVeo #AIVideo #GoogleAI #ContentCreator #FutureOfWork #ครูนิต้า #DigitalUpdate

วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569

องค์กรที่ไม่ไล่คุณออก แต่ทำให้คุณ “หมดความหมาย”

...

ไม่มีใครเรียกคุณไปคุย
ไม่มีจดหมายเตือน
ไม่มีคำว่าไม่ผ่านประเมิน

แค่วันหนึ่ง
งานสำคัญไม่มาถึงคุณอีก
การตัดสินใจเกิดขึ้นโดยไม่ต้องมีคุณ
ชื่อคุณยังอยู่ในทีม
แต่เสียงคุณไม่อยู่ในห้อง

นี่ไม่ใช่การบังเอิญ
นี่คือรูปแบบหนึ่งของการจัดการคน
ที่ไม่ต้องเสี่ยง
ไม่ต้องปะทะ
และไม่ต้องรับผิดชอบทางอารมณ์

...

ในทางจิตวิทยาการทำงาน
สิ่งนี้ทำร้ายคนมากกว่าการถูกไล่ออก

เพราะสมองมนุษย์
ทนความไม่แน่ใจได้ยาก
แต่ทน “การไม่มีความหมาย” ได้น้อยกว่า

คุณเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง
ฉันทำผิดอะไร
ฉันไม่เก่งพอหรือเปล่า
หรือฉันกำลังถูกดันออกช้า ๆ

อันตรายคือ
คุณยังทำงานอยู่
แต่แรงขับข้างในค่อย ๆ หายไป

คุณไม่ได้หมดไฟเพราะงานหนัก
แต่เพราะงานไม่ต้องการคุณอีก

หลายองค์กรเลือกวิธีนี้
เพราะมันเงียบ
ไม่สร้างแรงต้าน
และทำให้คนลาออกเอง

...

ในมุมองค์กร
นี่คือการบริหารความเสี่ยง

ในมุมคนทำงาน
นี่คือการถูกบั่นทอนตัวตน

สิ่งที่น่ากลัวที่สุด
ไม่ใช่การถูกลดบทบาท
แต่คือคุณเริ่มเชื่อว่า
คุณ “ไม่มีค่า” จริง ๆ

ถ้าคุณกำลังอยู่ในจุดนี้
อย่าถามว่า
จะทนได้นานแค่ไหน

ให้ถามว่า
คุณยังควบคุมอะไรในชีวิตการทำงานได้บ้าง

งาน
บทบาท
ทักษะ
หรือทางเลือกนอกองค์กร

เพราะองค์กรอาจไม่ไล่คุณออก
แต่คุณไม่ควรอยู่
จนลืมว่าตัวเองมีคุณค่าอะไร

...

การอยู่รอดของคนทำงาน
ไม่ใช่การถูกเก็บไว้ในระบบ

แต่คือการไม่ปล่อยให้ระบบ
พรากความหมาย
และศักดิ์ศรี
ไปจากตัวคุณเอง

#มนุษย์เงินเดือนพันธุ์ใหม่ #ThePractical

Super Prompt. ออกข้อสอบ

วิธีใช้งาน:
1. แนบไฟล์: ให้อัปโหลดไฟล์ PDF, รูปถ่ายหน้าหนังสือ, หรือสไลด์ Powerpoint ที่ต้องการให้ออกข้อสอบลงไปในแชท AI ก่อน
2. วาง Prompt: คัดลอกข้อความด้านล่างนี้ไปวางต่อท้าย แล้วกดส่ง
# Role (บทบาท)
คุณคือ "ผู้เชี่ยวชาญด้านการวัดผลและประเมินผลการศึกษา" ที่มีความแม่นยำสูงในการวิเคราะห์เนื้อหาจากเอกสารที่แนบให้ (Context-Aware Assessment Expert) คุณเข้าใจหลักสูตรแกนกลางฯ 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) เป็นอย่างดี
# Input (ข้อมูลนำเข้า)
ขอให้วิเคราะห์ข้อมูลจาก **[ไฟล์/รูปภาพ] ที่ฉันแนบมานี้อย่างละเอียด** เพื่อใช้เป็นแหล่งอ้างอิงหลักเพียงแหล่งเดียวในการสร้างข้อสอบ (ห้ามคิดเนื้อหาเองนอกเหนือจากไฟล์ที่แนบ เพื่อความถูกต้องและตรวจสอบได้)

# Task (งานที่ต้องทำ)
สร้าง "แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์" ตามรายละเอียดนี้:
1. **วิชา:** [ระบุชื่อวิชา]
2. **ระดับชั้น:** [ระบุระดับชั้น]
3. **ประเภทสอบ:** [กลางภาค / ปลายภาค]
4. **จำนวน:** [ระบุจำนวนข้อ เช่น 20 ข้อ]
5. **รูปแบบ:** ปรนัย 4 ตัวเลือก (ก, ข, ค, ง)

# Conditions (เงื่อนไขสำคัญ)
1. **ความถูกต้อง:** คำถามและคำตอบต้องอ้างอิงได้จากเนื้อหาในไฟล์ที่แนบมาเท่านั้น
2. **ตัวลวง:** ตัวเลือกที่ผิดต้องเป็นตัวลวงที่น่าเชื่อถือ (Plausible distractors) ที่สัมพันธ์กับเนื้อหา ไม่ใช่ตัวเลือกที่ผิดแบบเห็นได้ชัด
3. **การอ้างอิง (Verification):** ในส่วนเฉลย **ต้องระบุด้วยว่าคำตอบนี้อ้างอิงจากส่วนไหนของไฟล์** (เช่น จากหน้า..., จากหัวข้อ..., หรือจากย่อหน้าเรื่อง...) เพื่อให้ครูผู้สอนตรวจสอบกลับได้

# Formatting for Google Docs (การจัดรูปแบบ)
ขอให้จัดรูปแบบผลลัพธ์ให้สะอาดตา (Clean Format) เพื่อให้ฉันสามารถกด "Export to Google Docs" หรือ "Copy" ไปวางได้ทันที โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนชัดเจน:

--- ส่วนที่ 1: แบบทดสอบสำหรับนักเรียน ---
**[ชื่อวิชา]**
**คำชี้แจง:** ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

1. [โจทย์]
   ก. [ตัวเลือก]
   ข. [ตัวเลือก]
   ค. [ตัวเลือก]
   ง. [ตัวเลือก]

(รันเลขข้อลงมาเรื่อยๆ จนครบ)

--- ส่วนที่ 2: เฉลยและคำอธิบายสำหรับครู (Teacher's Key) ---

**ข้อ 1 ตอบ [ตัวเลือกที่ถูก]**
   - **เหตุผล:** [อธิบายเหตุผลประกอบอย่างละเอียดตามเนื้อหาในไฟล์]
   - **แหล่งอ้างอิง:** [ระบุจุดที่พบข้อมูลในไฟล์ที่แนบ เช่น "อ้างอิงจากแผนภาพวัฏจักรน้ำ หน้า 45"]

(ทำจนครบทุกข้อ)

เมื่อ Jensen Huang บอก "ความฉลาด" ทดแทนได้ในยุค AI และทักษะเดียวที่แทนไม่ได้คือ "รสนิยม"


.
เมื่อซีอีโอของ Nvidia ยืนอยู่หน้านักศึกษามหาวิทยาลัย Cambridge เขาไม่ได้พูดถึงเรื่องเขียนโค้ดให้เร็วขึ้น หรือเรียนหนังสือให้หนักขึ้น แต่เขากลับทิ้งระเบิดลงบนระบบการศึกษาสมัยใหม่ทั้งหมด
.
"เราต้องพูดออกมาให้ดัง ๆ ว่า ความฉลาดกำลังจะกลายเป็นสินค้าที่ซื้อได้ทั่วไป (commodity)"
นี่คือคำพูดจากคนที่กำลังขับเคลื่อนการปฏิวัติ AI ทั่วโลก และเขากำลังบอกเราว่า สิ่งที่สังคมเคยเชื่อมานานหลายสิบปี กำลังจะสิ้นสุดลง
.
สูตรความสำเร็จแบบเก่าที่ใช้ไม่ได้แล้ว มาตลอดหลายทศวรรษ สังคมขายสูตรความสำเร็จให้เรา ดังนี้
IQ สูง + คะแนนสอบสูง + ความรู้เฉพาะทาง = อนาคตที่มั่นคง
เราจ้างคน "ที่ฉลาดที่สุด" เราหมกมุ่นกับเกรด เราปฏิบัติต่อความฉลาดเหมือนกับเป็นทรัพยากรที่หายากและมีค่ามาก แต่ Huang กำลังบอกเราว่า ยุคนั้นจบแล้ว
.
เมื่อ AI เกิดขึ้น มันไม่ได้แค่แข่งกับเรา แต่มันแซงเราไปไกล
มันสามารถทำข้อสอบได้คะแนนเต็ม เร็วกว่าที่เราหยิบดินสอขึ้นมาได้
มันเขียนโค้ดได้ดีกว่า วินิจฉัยโรคได้ สรุปเอกสารทางกฎหมายได้ภายในไม่กี่วินาที
ในอนาคตอันใกล้ ความฉลาดแบบเดิมๆ จะเหมือนน้ำประปาหรือไฟฟ้า ถูก มีมากมาย และเข้าถึงได้สำหรับทุกคนที่มี Wi-Fi
.
ถ้า "ความฉลาด" ไม่ได้พิเศษอีกต่อไป แล้วเหลืออะไร?
ถ้าทุกคนมีซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในกระเป๋า แล้วมูลค่าของมนุษย์ซ่อนอยู่ที่ไหน?
ตาม Huang คำตอบไม่ใช่ทักษะทางเทคนิคแบบใหม่ แต่คือ "รสนิยม" (Taste)
.
ยุคของ "งานที่ไม่มีนิยามชัดเจน"
อาจฟังดูแปลกที่วิศวกรฮาร์ดแวร์มาพูดเรื่อง "รสนิยม" ฟังดูคลุมเครือ เหมือนเป็นเรื่องของศิลปินหรือนักออกแบบแฟชั่นอแต่ในโลกของ Huang รสนิยมคือหลักการวิศวกรรมที่แข็งแกร่ง มันคือพลังพิเศษที่สมเหตุสมผลที่สุด เขาอธิบายง่าย ๆ ว่า "เมื่อ AI เข้ามารับช่วงงานที่มีมาตรฐานทั้งหมด คุณค่าเดียวที่มนุษย์เหลืออยู่คือ จัดการกับงานที่ไม่มีนิยามชัดเจน" "งานที่ไม่มีนิยามชัดเจน คืองานที่มีค่าที่สุดในบรรดางานทั้งหมด" มันหน้าตาเป็นอย่างไร?
.
งานที่มีนิยามชัดเจน (พื้นที่ของ AI)
๐ "เขียนสคริปต์ Python เพื่อดึงข้อมูลจากเว็บไซต์นี้"
๐ "สรุป PDF 50 หน้านี้"
๐ "คำนวณแรงกดโครงสร้างของสะพานนี้"
.
งานที่ไม่มีนิยามชัดเจน (พื้นที่ของมนุษย์)
๐ "ผลิตภัณฑ์ใหม่ของเราควรให้ความรู้สึกแบบไหนกันแน่?"
๐ "ตลาดกำลังล่ม ข้อมูลขัดแย้งกัน เราควรเปลี่ยนทิศทางไปซ้ายหรือขวา?"
๐ "ทำไมผู้ใช้เกลียดฟีเจอร์นี้ ทั้ง ๆ ที่มันทำงานได้สมบูรณ์?"
.
ปัญหาเหล่านี้ไม่มีคำตอบแบบเลือกตอบ AI ไม่สามารถคำนวณหา "เส้นทางที่ถูกต้อง" ได้ เพราะเส้นทางนั้นยังไม่มีอยู่จริง เพื่อจะเดินผ่านความวุ่นวายนี้ คุณต้องมี "รสนิยม"
.
รสนิยมคือศิลปะแห่งการลบทิ้ง
ในยุคที่ข้อมูลล้นหลาม รสนิยมคือความสามารถในมองตัวเลือกที่ไม่มีที่สิ้นสุด แล้วระบุได้ทันทีว่าอะไรสำคัญ และที่สำคัญกว่านั้น คืออะไรไม่สำคัญ เมื่อ Nvidia ตัดสินใจสร้าง CUDA (แพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์แบบขนาน) เมื่อหลายปีก่อน ตลาดไม่ได้ต้องการมัน Wall Street ไม่เข้าใจมัน AI ยังไม่ได้เป็น "เรื่องใหญ่" เลย Huang ตัดสินใจเดิมพันบริษัททั้งหมดกับมันได้อย่างไร? "กลยุทธ์ไม่ได้เป็นแค่เลือกว่าจะทำอะไร แต่เป็นเลือกว่าจะไม่ทำอะไร" นี่คือรสนิยมในระดับสูงสุด
.
ลองนึกภาพว่า AI เป็นเด็กฝึกงานที่กระตือรือร้นและมีประสิทธิภาพสูง คุณสามารถขอให้มันทำ tagline การตลาด 100 แบบ และมันจะให้คุณภายใน 30 วินาที ถ้ารสนิยมของคุณอยู่ในระดับปานกลาง (60/100) คุณจะเลือก tagline ที่พอใช้ ผลลัพธ์ของ AI ถูกจำกัดด้วยการตัดสินใจของคุณ
ถ้ารสนิยมของคุณอยู่ในระดับสูง (90/100) คุณรู้ว่า tagline ไหนที่เป็นขยะทั้ง 99 ตัว และตัวไหนที่จะสะท้อนอารมณ์ของมนุษย์ได้ ในอดีต เราเป็นผู้สร้าง (Creators) มีค่าจากสิ่งที่เราผลิตได้มากแค่ไหน
ในอนาคต เราต้องเป็นบรรณาธิการ (Editors) มีค่าจากสิ่งที่เราเลือกได้ดีแค่ไหน
.
ตัวกรอง "หลักการพื้นฐาน" (First Principles)
คุณพัฒนา "รสนิยม" ที่เข้าใจยากนี้ได้อย่างไร? มันเป็นสิ่งที่เกิดมาพร้อมกับตัวหรือเปล่า?
ไม่ใช่ มันมาจากแนวคิด First Principles เมื่อเผชิญกับปัญหาที่ซับซ้อน คนส่วนใหญ่มองว่าคนอื่นกำลังทำอะไรอยู่ (analogy) แต่ Huang มองที่ฟิสิกส์ของปัญหา เขาแยกย่อยลงไปสู่ความจริงพื้นฐาน กฎของวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ฟิสิกส์ เศรษฐศาสตร์พื้นฐาน และสร้างขึ้นจากตรงนั้น "คุณใช้เหตุผลจากหลักการพื้นฐาน เมื่อฉันเห็นมันในหัวได้แล้ว สำหรับฉัน มันเหมือนกับเป็นจริงแล้ว" Huang กล่าว
เมื่อคุณเข้าใจแก่นแท้ของสิ่งหนึ่ง คุณจะหยุดไล่ตามเทรนด์ คุณจะหยุดจมอยู่ในเสียงรบกวน คุณได้ความมั่นใจที่จะพูด "ไม่" กับไอเดียดี ๆ หนึ่งพันอย่าง เพื่อที่จะพูด "ใช่" กับไอเดียยอดเยี่ยมหนึ่งอย่าง
ความชัดเจนนั้นแหละ คือรสนิยม
.
ทำไม AI แทนที่คุณไม่ได้ (ยังไง)
มีส่วนผสมสุดท้ายหนึ่งอย่างของรสนิยมที่ AI ทำซ้ำไม่ได้ ไม่ว่า Nvidia จะขาย GPU ไปกี่ตัวก็ตาม
นั่นคือ "ความทุกข์" (Suffering) "ความยิ่งใหญ่มาจากอุปนิสัย อุปนิสัยมาจากคนที่เคยทนทุกข์มา" — Jensen Huang
.
AI อ่านหนังสือทุกเล่มใน Library of Congress แล้ว แต่มันไม่เคยอกหักมาก่อน มันไม่เคยสตาร์ทอัพล้ม มันไม่เคยรู้สึกเจ็บปวดจากการตัดสินใจที่ผิดพลาด หรือความสุขจากชิงชัยที่ยากเย็น
"รสนิยม" ของคุณถูกสร้างขึ้นบนรากฐานของแผลเป็นของคุณ
.
คุณรู้ว่าความเห็นอกเห็นใจคืออะไร เพราะคุณเคยต้องการมัน
คุณรู้ว่าผู้ใช้ต้องการอะไรจริง ๆ เพราะคุณเคยผิดหวังเหมือนกัน
คุณสามารถจับได้ว่าอะไรเป็นเท็จ เพราะคุณเคยถูกโกหกมา
ประสบการณ์ของมนุษย์เหล่านี้สร้างฐานข้อมูลของบริบทที่ AI ไม่มี บริบทนี้ช่วยให้คุณเดินผ่าน "งานที่ไม่มีนิยาม" ด้วยสัญชาตญาณและปัญญา แทนที่จะเป็นแค่สถิติความน่าจะเป็น
.
คู่มือการอยู่รอด 4 ขั้นตอน
Jensen Huang กล่าวว่า "คุณจะไม่เสียงานให้กับ AI คุณจะเสียงานให้กับคนที่ใช้ AI"
ผมจะพูดไปอีกขั้นหนึ่ง คุณจะเสียงานให้กับคนที่มีรสนิยมดีกว่า
นี่คือวิธีที่คุณเริ่มฝึกฝนตั้งแต่วันนี้
.
- หยุดแข่งขันด้วย "ความฉลาด" อย่าพยายามจดจำหรือคำนวณให้เก่งกว่าเครื่อง ปล่อยให้ AI เป็นสารานุกรม คุณจงเป็นผู้เขียน เปลี่ยนอัตลักษณ์ของคุณจาก "คนที่รู้คำตอบ" เป็น "คนที่ถามคำถามที่ถูก"
.
- ฝึก "การลบเชิงกลยุทธ์" ในโปรเจกต์หน้า อย่าถามว่า "เราจะเพิ่มอะไรได้อีก?" แต่ถามว่า "เราจะเอาอะไรออกได้บ้าง?" ฝึกกำจัดเสียงรบกวน ความสามารถในระบุสิ่งที่จำเป็นคือแก่นของกลยุทธ์สมัยใหม่
.
- แสวงหางานที่ "ไม่มีนิยามชัดเจน" หยุดมองหาเช็คลิสต์ อาสาทำโปรเจกต์ที่ยุ่งเหยิง คำขอจากลูกค้าที่คลุมเครือ ห้องระดมความคิดที่วุ่นวาย ความสบายใจกับความคลุมเครือคือหลักประกันงานแบบใหม่ของคุณ
.
- ให้เกียรติแผลเป็นของคุณ อย่าซ่อนความล้มเหลว วิเคราะห์มัน ความดิ้นรนในอดีตของคุณคือจุดข้อมูลที่สร้างสัญชาตญาณ มันคือเหตุผลที่คุณสามารถมองคำตอบที่ AI สร้างแล้วพูดว่า "มันใช้ได้ตามตรรกะ แต่มนุษย์จะเกลียดมัน"
.
อนาคตเป็นของบรรณาธิการ ผู้คัดสรร และผู้ตัดสินใจ
ความฉลาดถูก รสนิยมแพง ไปหามาซะ
.
.
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
———
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน
.
#Business
#100WEALTH
#ไปให้ถึง100ล้าน
.
อ้างอิง
https://bit .ly/49EKrqq

วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569

ทางลัดคนสำเร็จ

1. ถ้ามึงไม่รักในสิ่งที่ทำ ต่อให้เก่งแค่ไหนก็ไปไม่สุด
ความสำเร็จแม่งเริ่มจาก “ความรักในงาน” ล้วน ๆ
 2. คนที่ไปไกลจริง ๆ ไม่เคยหยุดเรียนรู้
มันหาความรู้ใหม่ใส่หัวตลอด ไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่งพอแล้ว

 3. ความสำเร็จไม่เคยเกิดจากคนที่ไม่กล้าเสี่ยง
ทุกอย่างมีความเสี่ยง แต่ของรางวัลของมันคือความสำเร็จที่คนขี้กลัวไม่มีวันได้

 4. เหตุผลที่คนจนหรือรวย แม่งเริ่มจาก “ความเชื่อ”
ถ้ามึงเชื่อว่ามึงเกิดมาเพื่อรวย แล้วสู้จริง อดทนจริง
วันหนึ่งมึงจะชนะโชคชะตาได้

 5. ทุกคนมีคุณค่าในตัวเองทั้งนั้น
อย่าดูถูกตัวเอง เชื่อในความสามารถและความพยายามของมึง
ทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดีที่สุด เดี๋ยวชีวิตจะให้รางวัลเอง

 6. ความล้มเหลวไม่ใช่ศัตรู แต่มันคือครู
ถ้ามึงเรียนรู้จากมันได้ ต่อให้สำเร็จแล้ว บทเรียนพวกนี้ก็ยังมีค่า

 7. นิสัยแย่ ๆ เปลี่ยนช้าก็ยังดีกว่าไม่เปลี่ยน
ขอแค่มึงดีขึ้นวันละนิด สุดท้ายชีวิตจะเปลี่ยนเอง

 8. ทุกความสำเร็จเริ่มจาก “ความคิดแรก”
คิดใหญ่ มึงจะมีพลัง มีความทะเยอทะยาน และไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ

 9. หนีคำดูถูกไม่ได้ ก็ใช้มันเป็นเชื้อไฟ
เอามาเป็นแรงผลักให้มึงเก่งขึ้น และประสบความสำเร็จให้มันดู

 10. งานจะออกมาดี ต้องมีพลัง
ถ้ามึงไม่ชอบ ไม่หลงใหล มึงจะไม่มีแรงทำผลงานระดับสุด
ความสำเร็จมาจากการหาความรู้ ประสบการณ์ และพัฒนาตัวเองล้วน ๆ

 11. เลิกวิ่งตามคนอื่น
หาตัวเองให้เจอ ทำในแบบที่แตกต่าง แล้วความสำเร็จจะตามมาเอง

 12. คนรวยใช้เวลากับการคิด วางแผน แล้วลงมือทำ
ไม่ใช่เอาแต่บ่น ขยับตัวดีกว่าขยับปาก ชีวิตถึงจะดีขึ้น

 13. ความเข้มแข็งคืออาวุธสำคัญ
ทุกครั้งที่มึงลุกขึ้นได้จากความท้อ มึงจะมั่นใจในตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ

 14. เป้าหมายคือพลังชีวิต
มันทำให้มึงมองเห็นด้านบวก และเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงแบบไม่คาดคิด

 15. การกระทำมาจากทัศนคติ
อยากเปลี่ยนชีวิต อย่าเริ่มที่การกระทำ
เริ่มที่ “วิธีคิด” ก่อน แล้วทุกอย่างจะเปลี่ยนตาม

 16. เลือกคบคนให้เป็น
คนที่ประสบความสำเร็จและมีวิสัยทัศน์ที่ถูกต้อง
มันจะดึงมึงขึ้น ไม่ใช่ฉุดมึงลง

 17. คนสำเร็จไม่เคยจำกัดความฝัน
มันฝันไกลกว่าคนทั่วไป เลยไปถึงจุดที่คนอื่นไปไม่ถึง

 18. อย่าใช้ชีวิตไปวัน ๆ แบบไร้พลัง
ชีวิตมีค่าเมื่อมึงมีแรงบันดาลใจ และตื่นมาใช้ชีวิตอย่างกระตือรือร้น

 19. ความสำเร็จต้องใช้เวลา
ค่อย ๆ เดินทีละก้าว สนุกกับทางที่เดิน
แล้วมึงจะถึงเป้าหมายเร็วกว่าที่คิด

 20. ทุกคนมีพรสวรรค์ไม่เหมือนกัน
ผู้นำที่ฉลาดรู้ว่าใครเก่งอะไร แล้วดึงจุดนั้นมาใช้
แบบนี้แหละถึงจะสำเร็จจริง

_____

#เพจมึงรู้ป่ะ


วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569

หมดยุคเป็นแค่เซิร์ช.. Google เปิดตัวฟีเชอร์ใหม่ กดซื้อของ-ชำระเงิน บน AI Mode และ Gemini ได้เลย - MarketThink

หมดยุคเป็นแค่เซิร์ช.. Google เปิดตัวฟีเชอร์ใหม่ กดซื้อของ-ชำระเงิน บน AI Mode และ Gemini ได้เลย - MarketThink
- ล่าสุด Google เปิดตัวฟีเชอร์ใหม่ ที่ทำให้แพลตฟอร์มทำได้มากกว่าแค่เซิร์ช แต่ยังทำให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาสิ่งของ และสามารถ “กดสั่งซื้อ” ได้เลยผ่าน “AI Mode” บน Google Search และบนแอปพลิเคชัน Gemini
สำหรับฟีเชอร์นี้ นอกจากจะช่วยสร้างรายได้ ที่อาจจะได้จากการเก็บค่าคอมมิชชันจากแต่ละคำสั่งซื้อแล้ว 

ยังนับว่าเป็นฟีเชอร์สำคัญในการแข่งกับ OpenAI ที่ก่อนหน้านี้ก็เปิดตัวฟีเชอร์ Instant Checkout ให้ผู้ใช้งานกดสั่งซื้อของบนแพลตฟอร์ม ChatGPT ได้เช่นกัน

แล้วฟีเชอร์ใหม่นี้ ทำงานอย่างไร ? MarketThink สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ในโพสต์นี้

- หลักการทำงานของฟีเชอร์ Checkout

เริ่มจากผู้ใช้งานใช้ AI Mode ของ Google หรือ AI บนแอปพลิเคชัน Gemini ค้นหาหรือให้ช่วยแนะนำสินค้าที่ต้องการ เช่น พิมพ์คำสั่ง “ช่วยแนะนำหนังสือการตลาด ที่เหมาะกับนักการตลาดมือใหม่ให้หน่อย”

เพียงเท่านี้ AI Mode หรือ Gemini ก็จะแนะนำหนังสือมาให้ว่ามีเล่มไหนที่เหมาะสมบ้าง

ที่น่าสนใจคือ ถ้าเราสนใจเล่มไหน ก็สามารถกดสั่งซื้อหนังสือเล่มนั้น ๆ พร้อมกับชำระเงินด้วย Google Pay บน Google ได้เลย โดยที่ “ไม่ต้องออกนอกแพลตฟอร์ม”

- นอกจากฟีเชอร์ Checkout แล้ว Google ยังเปิดตัวเครื่องมือใหม่ที่ชื่อว่า “Business Agent” ในหน้า Search ที่เวลาเราเซิร์ชชื่อแบรนด์ ก็จะมีช่อง “Chat” ให้เราคุยกับ AI Agent

ในมุมของผู้ใช้งาน AI Agent สามารถให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้าของแบรนด์ และตอบคำถามแบบเชิงลึกได้
ส่วนในมุมของแบรนด์ ก็จะมี AI Agent มาช่วยให้ข้อมูล ทำให้ปิดการขายได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

- สำหรับเบื้องหลังการทำงานของ 2 ฟีเชอร์ใหม่นี้คือ “UCP” 

UCP ย่อมาจาก Universal Commerce Protocol

เป็นเครื่องมือที่ Google ร่วมพัฒนากับพาร์ตเนอร์ ซึ่งเครื่องมือนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้ AI Agent หรือปัญญาประดิษฐ์ตัวแทนมนุษย์ เข้าไปสร้างคำสั่งซื้อและทำการชำระเงินแทนเราได้โดยตรง

ซึ่งพาร์ตเนอร์ที่ร่วมมือกันพัฒนา UCP กับ Google เช่น Shopify, Etsy, Wayfair, Target, Walmart

หมายความว่า เราจะสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่าน Google AI Mode หรือ Gemini ได้เฉพาะสินค้าที่มีแพลตฟอร์มเหล่านี้นั่นเอง

*อย่างไรก็ตาม ต้องหมายเหตุว่า ฟีเชอร์ Checkout นี้ ยังเปิดให้ทดลองใช้แค่ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

แต่ทาง Google ก็บอกว่า มีแผนที่จะขยายการเปิดใช้งานในประเทศอื่น ๆ ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

เช่นเดียวกับฟีเชอร์ Business Agent ที่เพิ่งทดลองกับบางแบรนด์ในสหรัฐอเมริกา เช่น Lowe’s, Michael’s, Poshmark และ Reebok

ส่วนประเทศไทย ไม่แน่ว่า เราอาจจะซื้อของบน Shopee ผ่าน Google AI Mode หรือ Gemini ได้ในอนาคต เพราะ Shopee ก็เป็นหนึ่งแบรนด์ที่ร่วมมือกับ Google พัฒนา UCP ด้วยเช่นกัน..

#Google
#AI

ครงสร้างโพสต์ภาพนิ่งที่ทำเงิน

1) เลือกแนวคอนเทนต์ที่ “คนแชร์ + คนคอมเมนต์”
โฟกัส 1–2 แนวเท่านั้น เช่น
ความรู้สั้น ๆ ใช้ได้จริง (เงิน งาน สุขภาพ ไลฟ์สไตล์)
Before–After / เทียบ / Checklist
ประสบการณ์จริง + บทเรียน
เป้าหมายคือ Engagement สูง ไม่ใช่สวยอย่างเดียว
2) โครงสร้างโพสต์ภาพนิ่งที่ทำเงิน
1 โพสต์ = 1 ประเด็นชัด
ภาพ: ตัวอักษรใหญ่ อ่านจบใน 3 วิ
แคปชัน:
บรรทัดแรก = Hook
กลาง = คุณค่า/วิธี/เหตุผล
ท้าย = คำถามชวนคอมเมนต์

Facebook ปี 2026 ให้ค่ากับ “คอมเมนต์ยาว + แชร์”

3) รายได้หลัก 
โบนัส/Ads on Content (ถ้าเพจเข้าเกณฑ์)
โพส รูป Reels สตอรี่ โบนัส ทุกอย่างคือรายได้ แค่โพส อย่างมีวินัย 5-7โพส/วัน

4) โพสต์ที่ควรทำซ้ำ
“5 ข้อที่คนส่วนใหญ่พลาด…”
“สรุปให้ในภาพเดียว”
“ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ จะทำ 3 ข้อนี้ก่อน”
“ใครกำลังเจอปัญหานี้บ้าง?”

5) ความถี่ + วินัย
วันละ 5-7 โพสต์ภาพนิ่ง สลับ ข้อความ สลับ Reels สลับรูปแบบไปเรื่อยๆ
โพสต์เวลาเดิมทุกวัน
วิเคราะห์โพสต์ที่ แชร์/คอมเมนต์สูง แล้วทำซ้ำแนวเดิม
ตัวเลขเป้าหมายแบบเป็นจริง
Reach ต่อโพสต์ 30k–100k
คอมเมนต์ 50–200+

สรุปสั้นที่สุด:

ภาพต้องอ่านง่าย + เนื้อหามีประโยชน์จริง + ชวนคุยเก่ง
รายได้มาจาก “ความน่าเชื่อถือ”

WEEK 1: ปั้นตัวตน + ให้คนรู้จัก (Day 1–7)
เป้าหมาย: ให้คน “รู้ว่าเพจนี้ให้ประโยชน์อะไร”

Day 1 – แนะนำตัวแบบมีคุณค่า
“เพจนี้จะช่วยคุณเรื่องอะไร ใน 30 วัน”
Day 2 – ปัญหาที่คนส่วนใหญ่เจอ
“คน 90% พลาดเรื่องนี้ โดยไม่รู้ตัว”
Day 3 – ความรู้สั้น 1 เรื่อง
“สรุปให้เข้าใจในภาพเดียว”
Day 4 – ประสบการณ์จริง
“สิ่งที่ฉันเคยเข้าใจผิดมากที่สุด”
Day 5 – Checklist
“ถ้าคุณกำลังเริ่มต้น ต้องเช็ก 5 ข้อนี้”
Day 6 – เปรียบเทียบ
“แบบไหนดีกว่า และเพราะอะไร”
Day 7 – คำถามเปิดใจ
“ตอนนี้คุณติดปัญหาเรื่องอะไรที่สุด?”

WEEK 2: เพิ่มแชร์ + ความน่าเชื่อถือ (Day 8–14)
เป้าหมาย: ให้โพสต์ถูกแชร์ และคนเริ่มจำเพจได้

Day 8 – How-to สั้น
“ทำแบบนี้ = เห็นผลเร็วกว่า”
Day 9 – สิ่งที่ไม่ควรทำ
“หยุดทำสิ่งนี้ ถ้าไม่อยากเสียเวลา”
Day 10 – Myth vs Fact
“ความเชื่อผิด ๆ ที่คนยังเข้าใจอยู่”
Day 11 – Before / After (เชิงความคิด)
“ก่อนรู้ vs หลังรู้ ต่างกันแค่ไหน”
Day 12 – สรุปจากประสบการณ์คนอื่น
“ดูจากคนที่ทำได้จริง เขาทำ 3 อย่างนี้”
Day 13 – แชร์มุมมองใหม่
“ไม่มีใครบอกคุณเรื่องนี้”
Day 14 – โพสต์ถามความคิดเห็น
“คุณคิดว่าแบบไหนเวิร์กกว่า?”


เทรนด์มาแรง 2026 “Anti-AI Marketing” ลูกค้าเริ่มเบื่อ AI ไม่อยากให้แบรนด์ใช้ทำการตลาด - MarketThink



ในปี 2025 ที่ผ่านมา เราได้เห็น AI มีบทบาทต่อการทำคอนเทนต์ และการตลาดของแบรนด์ต่าง ๆ เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น

- คลิปวิดีโอโฆษณาที่สร้างด้วย AI ไม่ต้องใช้คนจริงแสดง
- ไลฟ์ขายสินค้าด้วย AI ที่ทำได้แทบจะตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องมีพัก
- ภาพโฆษณาที่สร้างด้วย AI ไม่ต้องมีกราฟิกดิไซเนอร์ อยู่เบื้องหลัง
- แคปชันโซเชียลมีเดีย ที่คิดขึ้นด้วย AI เก็บครบทุกคีย์เวิร์ดตามที่นักการตลาดต้องการ

สาเหตุที่ทำให้คอนเทนต์ และการตลาดของแบรนด์ต่าง ๆ มี AI อยู่เบื้องหลังมากขึ้น ก็เป็นเพราะในปัจจุบัน AI หลายตัวมีความเก่ง และได้รับการพัฒนาจนสามารถสร้างคอนเทนต์ ได้อย่างสมจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ 

อย่างไรก็ตาม การที่ใคร ๆ ก็ต่างใช้ AI ทำคอนเทนต์เหมือนกันไปหมด ทำให้คนจำนวนไม่น้อยมองว่าคอนเทนต์ หรือการตลาดที่ได้จาก AI เป็นสิ่งที่น่าเบื่อ ขาดความเป็นธรรมชาติ และไม่มีความเป็นมนุษย์ 

ทำให้ในปีนี้ คาดการณ์กันว่าจะเป็นปีแห่งเทรนด์ที่ชื่อว่า Anti-AI Marketing หรือเป็นเทรนด์การ “ต่อต้าน” AI ที่ใช้ทำการตลาด และทำคอนเทนต์ ของแบรนด์ต่าง ๆ โดยเฉพาะ

แล้วเทรนด์ Anti-AI Marketing เป็นอย่างไร ? MarketThink สรุปให้อ่านกันในโพสต์นี้..

- Anti-AI Marketing เป็นเทรนด์การตลาด ที่คาดว่าจะได้รับความนิยมในปี 2026 นี้ จากมุมมองของผู้บริโภคและแบรนด์ ที่รู้สึกเบื่อหรือไม่ชื่นชอบการใช้ AI ในการสร้างสรรค์ผลงานต่าง ๆ 

เพราะผลงานที่ได้จาก AI มักขาดความเป็นธรรมชาติ ไม่สมจริง หรือบางครั้งก็มีองค์ประกอบบางอย่างที่ทำให้รู้ว่าเป็นผลงานที่สร้างขึ้นโดย AI

โดยเทรนด์ Anti-AI Marketing จะหันไปให้ความสำคัญกับคุณค่าของผลงานที่คนเป็นผู้สร้างสรรค์ขึ้น ทำให้มีความเป็นมนุษย์และมีความแตกต่าง เป็นการทดแทน

ซึ่งในปี 2026 นี้ เริ่มเห็นภาพอย่างชัดเจนแล้วว่า Anti-AI Marketing กำลังเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในมุมของผู้บริโภค ที่ทำให้แบรนด์ต้องปรับตัว 

จากการศึกษาของบริษัทด้านการวิจัยตลาด และพฤติกรรมผู้บริโภค พบแนวโน้มเกี่ยวกับเทรนด์ Anti-AI Marketing ที่น่าสนใจ ได้แก่

1. แบรนด์จะเริ่มชูจุดเด่น ไม่ใช้ AI กันมากขึ้น

ข้อมูลจาก Gartner พบว่า ในช่วงปี 2026-2027 นี้ มีแนวโน้มว่าแบรนด์ต่าง ๆ จะเริ่มนำหลักการ “ไม่ใช้ AI ในสินค้าและการทำธุรกิจ” มาเป็นจุดขายหลักของแบรนด์ เพื่อสร้างความแตกต่างว่าแบรนด์มีความจริงใจกับผู้บริโภค

เพราะ Gartner พบว่า ผู้บริโภคกว่า 72% กังวลว่า AI จะกลายเป็นเครื่องมือกระจายข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ ทำให้แบรนด์ที่ประกาศตัวว่าจะไม่ใช้ AI ทำการตลาด จะเป็นแบรนด์ที่มีภาพลักษณ์พรีเมียมกว่า ในสายตาของผู้บริโภค

2. ผู้บริโภคทั่วโลกส่วนใหญ่ ไม่ชอบให้แบรนด์นำ AI มาใช้

จากการศึกษาของ Edelman พบว่า ผู้บริโภคทั่วโลกเพียง 44% เท่านั้นที่รู้สึก “สบายใจ” หากแบรนด์ต่าง ๆ จะนำ AI มาใช้กับธุรกิจ

3. 1 ใน 3 ของผู้บริโภค เลือกที่จะหนีคอนเทนต์ออนไลน์ ไปหาประสบการณ์แบบออฟไลน์

Forrester พบว่า ผู้บริโภคทั่วโลกจำนวนมาก กำลังเบื่อคอนเทนต์บนโลกออนไลน์ จนทำให้ผู้บริโภคกว่า 33% เลือกหันไปหาประสบการณ์แบบออฟไลน์แทน

นอกจากนี้ ยังพบด้วยว่า ผู้บริโภคเพียง 41% เท่านั้น ที่ชอบใช้บริการ “แช็ตบอต” AI ของแบรนด์ต่าง ๆ และระบุว่า แช็ตบอต AI แก้ไขปัญหาได้ดีกว่ามนุษย์ 

ในขณะที่ผู้บริโภคกว่า 56% ยังรู้สึกไม่สบายใจที่จะใช้ AI ทำเรื่องต่าง ๆ แทนตัวเอง

4. คอนเทนต์จากแบรนด์ จะมีความ Authentic มากขึ้น

และแนวโน้มสุดท้ายที่พบคือ ในปี 2026 นี้ ผู้บริหารด้านการตลาดของแบรนด์ต่าง ๆ มีทิศทางในการทำคอนเทนต์ โดยจะให้ความสำคัญกับ User-Generated Content (UGC)

ซึ่งเป็นคอนเทนต์ที่ผู้บริโภคเป็นผู้สร้างขึ้นเอง มากกว่าคอนเทนต์ที่สร้างขึ้นด้วย AI เพราะเป็นคอนเทนต์ที่น่าเชื่อถือ และมีความจริงใจมากกว่า

แล้วทีนี้ หากผู้บริโภคไม่ชอบให้แบรนด์ใช้ AI มาทำคอนเทนต์และการตลาดแบบนี้ แล้วแบรนด์ต่าง ๆ จะปรับตัวอย่างไร เพื่อรับมือกับเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้น

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดเลยก็คือ ตอนนี้หลายแบรนด์เริ่มแสดงจุดยืนด้านความเป็นแบรนด์ “Human Made” หรือการเป็นแบรนด์ที่ไม่ใช้ AI และมีมนุษย์เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงาน 

โดยกลยุทธ์ที่แบรนด์สามารถทำได้ เพื่อสร้างแบรนด์ที่มีความเป็น Human Made ก็อย่างเช่น

1. การใช้กลยุทธ์การตลาด เน้นการสร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภค เช่น

- Sensory Marketing 

การตลาดที่ใช้การรับรู้ทางด้านประสาทสัมผัส ทั้งรูป รส กลิ่น เสียง และการสัมผัส เพื่อสร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภคจับต้องได้

- Event Marketing 

การตลาดที่สามารถสร้างประสบการณ์เกี่ยวกับแบรนด์ให้กับผู้บริโภคได้สัมผัสด้วยตัวเอง ผ่านการจัดงานอิเวนต์ กิจกรรม เวิร์กช็อป หรือการเปิดหน้าร้านแบบ Pop-Up Store ชั่วคราวในสถานที่ต่าง ๆ

2. ใช้กลยุทธ์ Authentic Storytelling 

เพื่อเล่าหรือนำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ ของแบรนด์ให้มีความน่าสนใจ มีความเป็นธรรมชาติ เข้าถึงง่าย และเป็นกันเอง

รวมถึงใช้กลยุทธ์ User-Generated Content (UGC) หรือคอนเทนต์ที่ลูกค้าของแบรนด์เป็นผู้สร้างขึ้น ซึ่งมีความเป็นธรรมชาติ เหมือนลูกค้าเป็นผู้บอกต่อความประทับใจด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่คอนเทนต์ที่สร้างขึ้นโดย AI ไม่สามารถทำได้

3. โชว์เบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงาน

อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่แบรนด์ต่าง ๆ สามารถทำได้ก็คือ การนำเบื้องหลังของการสร้างสรรค์ผลงาน มาใช้เป็นคอนเทนต์ที่สื่อสารถึงผู้บริโภค ว่าผลงานที่ผู้บริโภคได้เห็น ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วย AI เช่น

- เบื้องหลังการถ่ายภาพ
- เบื้องหลังการถ่ายภาพยนตร์โฆษณา
- เบื้องหลังการทำกราฟิกสวย ๆ 

อย่างไรก็ตาม หากแบรนด์ยังคงมีความจำเป็นต้องใช้ AI ในการสร้างสรรค์ผลงาน อีกหนึ่งทางเลือกที่แบรนด์สามารถแสดงออกต่อผู้บริโภคได้ ก็คือ การแสดงความโปร่งใสด้านการใช้ AI ให้ผู้บริโภคเห็นอย่างชัดเจน 

โดยอาจทำสัญลักษณ์ หรือใส่ข้อความระบุไว้ว่า คอนเทนต์หรือผลงานนี้บางส่วนถูกสร้างขึ้นด้วย AI ก็ได้เช่นกัน

เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า AI มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของนักการตลาด โดยเฉพาะการทำให้งานของนักการตลาดง่ายขึ้น และใช้เวลาน้อยลง 

เพียงแต่การใช้ AI อาจต้องมีขอบเขตที่เหมาะสม ไม่มากเกินไปจนผู้บริโภครู้สึกถึงความไม่สมจริง

#AI
#การตลาด

วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569

คู่มือการใช้งาน Google Flow ทีละขั้นตอน (Step-by-Step) เพื่อสร้างวิดีโอ AI ที่สมจริง

นี่คือคู่มือการใช้งาน Google Flow ทีละขั้นตอน (Step-by-Step) เพื่อสร้างวิดีโอ AI ที่สมจริงและต่อเนื่องตามข้อมูลจากแหล่งข้อมูลครับ
ขั้นตอนที่ 1: การเข้าใช้งานและสมัครสมาชิก

1️⃣ เปิดเว็บเบราว์เซอร์ แล้วค้นหาคำว่า "Google Flow" หรือพิมพ์เพียงตัว "F" แล้วเลือกผลลัพธ์แรกที่นำไปสู่ Google Lab

2️⃣ สำหรับการเข้าใช้งานครั้งแรก ระบบจะสอบถามความสมัครใจในการรับอีเมลการตลาดและการเข้าร่วมงานวิจัย หากยอมรับให้ติ๊กเลือกแล้วกด Next

3️⃣ อ่านนโยบายการใช้งานและกด Continue เพื่อเริ่มต้น

ขั้นตอนที่ 2: การบริหารจัดการเครดิต (Credits)

1️⃣ ผู้ใช้ใหม่: จะได้รับ 100 AI Credits ต่อเดือนฟรี หากใช้หมดระบบจะเติมให้ใหม่ในเดือนถัดไป

2️⃣ การสร้างรูปภาพ: สามารถสร้างได้ฟรีโดย ไม่เสียเครดิต (0 เครดิต)

3️⃣ แพ็คเกจเสริม: หากต้องการเครดิตเพิ่ม สามารถอัปเกรดเป็นแพ็คเกจต่างๆ เช่น AI Plus, AI Pro หรือ AI Ultra ตามความเหมาะสมของการใช้งาน

ขั้นตอนที่ 3: การหาแรงบันดาลใจผ่าน Flow TV

1️⃣ คุณสามารถเข้าไปที่ส่วนของ Flow TV เพื่อดูผลงานวิดีโอจาก AI Veo ของผู้ใช้ทั่วโลก

3️⃣ สามารถศึกษา Prompt (คำสั่ง) ที่คนอื่นใช้ และเลือกกด "Reuse" เพื่อนำ Prompt นั้นมาเป็นแนวทางในการสร้างงานของตนเองได้

ขั้นตอนที่ 4: การสร้างวิดีโอและรูปภาพ (Creation)

1️⃣ กดที่ปุ่ม "โปรเจคใหม่" (New Project) และเลือกเมนูระหว่าง Video หรือ Image

2️⃣ Text to Video: ใส่ไอเดียลงในช่องคำสั่ง Prompt โดยเลือกสไตล์ได้ เช่น Cinematic, Film Noir หรือ Action Figure และสามารถใช้ตัวขยายข้อความเพื่อเพิ่มรายละเอียดได้

3️⃣การตั้งค่า (Settings):
ปรับขนาดวิดีโอเป็น แนวนอนหรือแนวตั้ง
เลือกจำนวนผลลัพธ์ที่ต้องการ (สูงสุด 4 รายการ)
เลือกโมเดล: Veo 3.1 Fast (ใช้ 20 เครดิต) สำหรับงานด่วน หรือ Veo 3.1 Quality (ใช้ 100 เครดิต) สำหรับงานคุณภาพสูง

ขั้นตอนที่ 5: ฟีเจอร์ขั้นสูงในการสร้างสรรค์

1️⃣ Frame to Video: แปลงรูปภาพเป็นวิดีโอ โดยอัปโหลดภาพและป้อนข้อความเพื่อสร้าง Action จากเฟรมหนึ่งไปอีกเฟรมหนึ่ง (แนะนำว่าไม่ควรใส่ Action เยอะเกินไปเพื่อให้วิดีโอดูเป็นธรรมชาติ)

2️⃣ Video Mixing: นำรูปภาพหลายรูปมาผสมผสานกันเพื่อสร้างเป็นคลิปใหม่

ขั้นตอนที่ 6: การปรับแต่งวิดีโอ (Editing)

เมื่อสร้างวิดีโอแล้ว คุณสามารถกดที่วิดีโอเพื่อเรียกเมนูแก้ไข

1️⃣ การเคลื่อนกล้อง (Camera Position): ปรับตำแหน่งมุมกล้อง เช่น การเคลื่อนที่สูง, ไปทางซ้าย หรือมุมไกล

2️⃣ การปรับแต่งเลนส์: สามารถสั่ง Zoom In/Out หรือทำ Dolly In/Out ได้

3️⃣เพิ่ม/ลดรายละเอียด: แทรกรายละเอียดที่ต้องการเพิ่ม หรือนำสิ่งที่ไม่ต้องการออกจากวิดีโอ

ขั้นตอนที่ 7: การสร้างวิดีโอขนาดยาว (Scene Builder)

นี่คือจุดเด่นของ Google Flow ที่ช่วยให้สร้างเรื่องราวที่ต่อเนื่องได้:

1️⃣ เลือก "นำเข้าฉาก" เพื่อเข้าสู่ Scene Builder

2️⃣ นำคลิปสั้น (ประมาณ 8 วินาที) มาประกอบกันเป็นซีนยาว

3️⃣ ใช้เครื่องมือ เครื่องหมายบวก (+) เพื่อเชื่อมต่อเหตุการณ์จากซีนสุดท้ายไปยังฉากถัดไป โดยการพิมพ์ Prompt ระบุเหตุการณ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นต่อ

📌เปรียบเทียบง่ายๆ: การใช้ Google Flow ก็เหมือนกับการเป็น "ผู้กำกับภาพยนตร์ดิจิทัล" ที่คุณไม่ต้องถือกล้องเอง เพียงแค่บอกความต้องการ (Prompt) วางมุมกล้อง และนำฉากสั้นๆ มาเรียงต่อกันใน Scene Builder คุณก็จะได้ภาพยนตร์สั้นที่มีตัวละครหน้าเดิมและความต่อเนื่องของเรื่องราวตามที่ใจต้องการครับ

#AI #สร้างรายได้ด้วยเนื้อหา #chatgpt #สร้างรายได้จากเฟสบุ๊ค #veo3 #หารายได้ออนไลน์ #CreatorEconomy #AILIFE #Gemini #

วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569

นิสัยของ “ครู” ที่ไม่ควรไปต่อ ไม่ใช่เพราะไม่เก่ง…

 นิสัยของ “ครู” ที่ไม่ควรไปต่อ

ไม่ใช่เพราะไม่เก่ง…

แต่เพราะ ใจและจิตสำนึกไม่พร้อมจะเป็นครู



ครูที่มีเรื่องชู้สาว ผิดศีลธรรมร้ายแรง

ล้ำเส้นความเหมาะสมทางเพศ

ทำลายความไว้วางใจของสังคม

ไม่ว่าจะกับศิษย์ ผู้ปกครอง หรือเพื่อนร่วมงาน

ต่อให้เก่งแค่ไหน ความรู้ก็ไม่อาจลบล้างบาดแผลทางจริยธรรมได้

เพราะครูคือแบบอย่าง

และเรื่องชู้สาวคือการทรยศต่อความเป็นครูโดยตรง


ครูที่เอา “อำนาจ” มาก่อน “เมตตา”

ใช้อายุงาน ตำแหน่ง หรือระบบราชการ

เป็นเครื่องมือกดทับคนอื่น

แทนที่จะใช้เพื่อปกป้องและพัฒนาศิษย์


ครูที่ดูถูกศิษย์

พูดจาเหยียด หยาม ประชดประชัน

ทำลายศักดิ์ศรีและความมั่นใจของเด็ก

ลืมไปว่า หน้าที่ของครูคือสร้างคน ไม่ใช่ตัดสินคน


ครูที่ไม่ยอมรับความผิด

สอนเด็กให้รับผิดชอบ

แต่ตัวเองไม่เคยขอโทษ

โทษทุกอย่าง ยกเว้นตัวเอง


ครูที่อิจฉาความก้าวหน้าของคนอื่น

ไม่ยินดีกับความสำเร็จของเพื่อนครู

มองทุกความสามารถใหม่เป็นภัย

ทั้งที่โรงเรียนควรเป็นพื้นที่ของการแบ่งปัน ไม่ใช่สนามอีโก้


ครูที่หยุดเรียนรู้

ยึดติดวิธีสอนแบบเดิม

ดูถูกเทคโนโลยีและคนรุ่นใหม่

บ่นว่าเด็กเปลี่ยน แต่ไม่เคยยอมเปลี่ยนตัวเอง


ครูที่ทำผิดวินัยข้าราชการ

ละเลยหน้าที่ เอื้อประโยชน์ส่วนตน

ทุจริต ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

วินัยไม่ใช่เรื่องเล็ก

เพราะมันคือหลักประกันความยุติธรรมของระบบการศึกษา


ครูที่ผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ

ใช้คำพูด การกระทำ หรืออำนาจ

ในทางที่ทำร้ายศิษย์ เพื่อนร่วมงาน หรือวิชาชีพ

ต่อให้ไม่ผิดกฎหมาย

แต่ถ้าผิดจรรยาบรรณ

ความเป็นครูก็สั่นคลอนทันที


ครูที่ทำร้ายกันเอง

นินทา ใส่ร้าย กลั่นแกล้งทางอ้อม

สร้างบรรยากาศเป็นพิษในโรงเรียน

จนลืมไปว่า เด็กคือผู้รับผลกระทบมากที่สุด


ครูที่ใช้ศีลธรรมเป็นเพียงหน้ากาก

สอนคุณธรรมบนกระดาน

แต่ใช้ชีวิตสวนทางหลังห้องเรียน

คำสอนจึงไม่ศักดิ์สิทธิ์

เพราะเด็กเชื่อ “การกระทำ” มากกว่า “คำพูด”


อาชีพครู ไม่ใช่ตำแหน่ง

แต่คือความรับผิดชอบต่อชีวิตคน

หากวันหนึ่ง

ความเมตตาหายไป

ความถ่อมตนหมดลง

และไม่กล้ายอมรับความผิดของตนเอง


บางครั้ง…

การ “ไม่ไปต่อ”

อาจเป็นความซื่อสัตย์สูงสุด

ต่อศิษย์ ต่อโรงเรียน ต่อวิชาชีพ

และต่อศักดิ์ศรีของคำว่า ครู


#ครูต้องเป็นแบบอย่าง

#ไม่มีที่ยืนให้ครูไร้จรรยาบรรณ

#วิชาชีพครู

#ศีลธรรมต้องมาก่อนความเก่ง

#การศึกษาไม่ใช่อำนาจ

5 AI ที่คุณต้องใช้ให้เป็นในปี 2026

นี่คือโพสต์ EP.3 ของซีรีส์ "5 AI ที่คุณต้องใช้ให้เป็นในปี 2026" ครับ
มาถึงคิวของ "Google MixBoard" (ชื่อสมมติของบริการ Whiteboard ยุคใหม่จาก Google) ที่จะมาปฏิวัติการประชุมที่น่าเบื่อ ให้กลายเป็นห้องทดลองสุดล้ำ!

หัวข้อ: 🎨 เจาะลึก "Google MixBoard" (ฉบับปี 2026): ลืมไวท์บอร์ดเดิมๆ ไปซะ! นี่คือ "กระดานวิเศษ" ที่ช่วยคุณวาด เขียน และคิดไอเดียได้ไวกว่าแสง ✨

ใครเบื่อบรรยากาศการประชุมที่เดดแอร์บ้าง? 😴
"คิดไม่ออก..."
"ใครจดกระดานทันบ้าง?"
"วาดรูปไม่สวย ไม่กล้าออกไปเขียน"
ปัญหาพวกนี้จะหมดไปในปี 2026 ด้วย Google MixBoard ครับ!
นี่ไม่ใช่แค่กระดานไวท์บอร์ดออนไลน์เหมือน Jamboard หรือ Miro รุ่นเก่า แต่มันคือ "Creative Canvas ที่มี AI สิงสถิตอยู่"

แอดมินยกให้ตัวนี้เป็น MVP ของสาย Brainstorming, Design และ Planning เลยครับ มาดู 3 พลังวิเศษของมันกัน! 👇

1️⃣ The Generative Sketch: "วาดไก่เขี่ย AI เสกให้เป็นหงส์" ✏️➡️🖼️
ปัญหาระดับชาติของคนทำงานคือ "ภาพในหัวชัดมาก แต่วาดออกมาไม่ได้"
ความเจ๋งในปี 2026:
ฟีเจอร์ "Sketch-to-Image" บน MixBoard ทำงานแบบ Real-time ครับ
 * คุณแค่วาดสี่เหลี่ยมเบี้ยวๆ แล้วเขียนว่า "ปุ่มกด" -> AI จะแปลงเป็น UI ปุ่มกดสวยๆ ทันที
 * คุณวาดวงกลม แล้วเขียนว่า "โลโก้กาแฟ" -> AI จะเจนฯ โลโก้ขึ้นมาให้เลือก 4 แบบบนกระดานเลย!
 * ประโยชน์: ทำให้ทุกคนในทีม "เห็นภาพเดียวกัน" ทันที ไม่ต้องเสียเวลาไปจ้างกราฟิกดราฟต์ภาพร่าง
🔥 ท่าไม้ตาย (Use Case):
 * ออกแบบแอป/เว็บ: วาด Wireframe คร่าวๆ แล้วให้ AI แปลงเป็นหน้าจอ Mockup จริง เพื่อคุย Flow งานกับโปรแกรมเมอร์ได้เลยใน 5 นาที

2️⃣ The Smart Cluster & Expand: "จัดระเบียบความคิดที่ยุ่งเหยิง" 🧩
เวลาแปะ Post-it ระดมสมองกันเยอะๆ สุดท้ายบอร์ดรกจนดูไม่รู้เรื่องใช่ไหมครับ?
ความเจ๋งในปี 2026:
กดปุ่มเดียว MixBoard จะใช้พลัง Gemini ในการ:
 * Cluster: จัดกลุ่ม Post-it ที่เป็นเรื่องเดียวกันมากองรวมกัน แล้วตั้งชื่อหัวข้อให้
 * Expand Idea: ถ้าไอเดียตัน ลองแปะ Post-it ไป 1 ใบ แล้วกดปุ่ม "AI Suggest" มันจะงอกไอเดียที่เกี่ยวข้องออกมาให้อีก 10 ใบ!
🔥 ท่าไม้ตาย (Use Case):
 * วางแผนคอนเทนต์: แปะหัวข้อ "ธีมสงกรานต์" ลงไป แล้วให้ AI แตกกิ่ง Mind Map ออกมาเป็น ไอเดียคลิป, แคปชั่น, และกิจกรรมเล่นเกม ครบจบในบอร์ดเดียว

3️⃣ The Living Canvas: "กระดานที่คุยกับไฟล์งานได้" 📄🗣️
MixBoard ในปี 2026 ไม่ได้แยกตัวโดดเดี่ยว แต่มันเชื่อมกับ Drive ของคุณ
ความเจ๋งในปี 2026:
คุณสามารถลาก (Drag & Drop) ไฟล์วิดีโอ, เอกสาร Docs หรือตาราง Sheets มาแปะบนบอร์ด
 * แล้ววงกลมล้อมรอบไฟล์เหล่านั้น เพื่อสั่งให้ AI "วิเคราะห์ความเชื่อมโยง"
 * เช่น ลากไฟล์ "รายงานยอดขาย" มาวางคู่กับ "รูปสินค้าใหม่" แล้วถาม AI บนบอร์ดว่า "สินค้าตัวนี้จะช่วยกระตุ้นยอดขายกลุ่มไหนได้บ้าง?" คำตอบจะเด้งขึ้นมาเป็น Sticky Note ทันที!

🚀 สรุป: ทำไมต้องใช้ MixBoard?
เพราะ "ไอเดียที่ดี ไม่ควรถูกจำกัดด้วยสกิลการวาดรูป หรือความช้าในการจดบันทึก" ครับ
MixBoard ช่วยลดกำแพงเทคนิค ทำให้ทุกคนในทีม (ไม่ว่าจะฝ่ายขาย ฝ่ายบัญชี หรือครีเอทีฟ) สามารถ "Visualized" ความคิดออกมาได้เท่าเทียมกัน

เริ่มต้นใช้งาน:
ใช้ในทุกการประชุมทีมครับ เปิด MixBoard ขึ้นมาแชร์หน้าจอ แล้วให้ทุกคนรุมกันเขียน รุมกันแปะ รับรองว่าประชุมเสร็จไวขึ้น และได้เนื้องานจริงกลับไปแน่นอน!

EP หน้า (EP.4): พบกับ "Canva" (ฉบับปี 2026) ที่ไม่ได้มีดีแค่เทมเพลตสวยๆ อีกต่อไป แต่มันคือ "สตูดิโอผลิตสื่อครบวงจร" ที่ใครก็เป็นโปรดิวเซอร์ได้!

ทีมไหนยังใช้ไวท์บอร์ดปากกาเคมีอยู่บ้าง? ลองเปลี่ยนมาใช้ Digital Board หรือยังครับ? ติดปัญหาตรงไหนมาแชร์กัน! 👇

#AILIFE #GoogleMixBoard #Brainstorming #Productivity #CollaborationTools #AIWhiteboard #สอนใช้AI #Gemini2026

เจาะลึก "NotebookLM" (ฉบับปี 2026): เปลี่ยนกองเอกสารมหาศาล ให้เป็น "สมองสำรอง" และ "พอดแคสต์ส่วนตัว" ใน 1 คลิก!

นี่คือโพสต์ EP.2 ต่อเนื่องจากซีรีส์ "5 AI ที่คุณต้องใช้ให้เป็นในปี 2026" ครับ
รอบนี้เรามาเจาะลึก NotebookLM เครื่องมือที่แอดมินยกให้เป็น "พระเอกขี่ม้าขาว" สำหรับคนที่มีข้อมูลต้องอ่านเยอะจนตาลาย!

หัวข้อ: 🧠 เจาะลึก "NotebookLM" (ฉบับปี 2026): เปลี่ยนกองเอกสารมหาศาล ให้เป็น "สมองสำรอง" และ "พอดแคสต์ส่วนตัว" ใน 1 คลิก!
เคยไหมครับ?
❌ ดาวน์โหลดเปเปอร์วิจัยมาดองไว้ 50 ไฟล์ แต่ไม่ได้อ่านสักที
❌ บริษัทส่งคู่มือพนักงานเล่มหนาเตอะมาให้อ่าน แต่จำอะไรไม่ได้เลย
❌ ต้องสรุปรายงานการประชุมย้อนหลัง 3 เดือน แต่แค่เห็นไฟล์ก็ท้อแล้ว

ถ้าปี 2026 คุณยังนั่ง "อ่านเองทุกบรรทัด" คุณกำลังทำงานหนักเกินความจำเป็นครับ!
วันนี้ AILIFE จะพาไปรู้จัก NotebookLM เครื่องมือที่เปลี่ยนวิธี "เสพข้อมูล" ของเราไปตลอดกาล

ทำไมตัวนี้ถึงเป็น "The Must Have"? มาดู 3 ฟีเจอร์เด็ดที่ทำให้มันเหนือกว่า ChatGPT ทั่วไปกันครับ 👇

1️⃣ The Grounded Truth: "ตอบจากข้อมูลจริง ไม่มั่วนิ่ม" 📚
จุดอ่อนของ AI ทั่วไปคือชอบ "Hallucinate" (มั่วข้อมูลขึ้นมาเอง) แต่ NotebookLM ต่างออกไปครับ

ความเจ๋งในปี 2026:
มันทำงานบนหลักการ "Source-Grounded" คือจะตอบคำถาม "เฉพาะจากเอกสารที่คุณอัปโหลดเข้าไปเท่านั้น"

 👉คุณโยน PDF, Google Docs, Slide หรือลิงก์เว็บไซต์เข้าไป 10 ไฟล์ มันก็จะกลายเป็น "ผู้เชี่ยวชาญ" ใน 10 ไฟล์นั้นทันที
 👉 ทุกคำตอบจะมี "เลขหน้าอ้างอิง (Citations)" แปะมาให้เสมอ คลิกปุ๊บ เด้งไปบรรทัดนั้นปั๊บ! (หมดปัญหา AI มั่วข้อมูล)

🔥 ท่าไม้ตาย (Use Case):
 👉นักกฎหมาย/HR: อัปโหลดกฎหมายแรงงานหรือระเบียบบริษัทเข้าไป แล้วพิมพ์ถามว่า "กรณีลาป่วย 3 วัน ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ไหม ตามระเบียบข้อไหน?"
 👉 นักเรียน/นักวิจัย: โยนเปเปอร์วิจัย 20 ฉบับเข้าไป แล้วสั่ง "ช่วยเปรียบเทียบผลการทดลองของงานวิจัยที่ 1 กับ 5 ให้หน่อย"

2️⃣ The Audio Overview: "เปลี่ยนเอกสารน่าเบื่อ เป็นพอดแคสต์ฟังเพลิน" 🎧
นี่คือฟีเจอร์ที่ "เปลี่ยนโลก" (Game Changer) ที่สุด!
ใครขี้เกียจอ่าน... ให้ "ใช้หูฟัง" แทนครับ

ความเจ๋งในปี 2026:
แค่กดปุ่มเดียว NotebookLM จะเปลี่ยนเอกสารวิชาการเครียดๆ ให้กลายเป็น "รายการพอดแคสต์ที่มีดีเจ 2 คนมานั่งคุยกัน" (Deep Dive Conversation)

 👉 ดีเจ AI จะถกเถียงกัน สรุปประเด็น แซวกัน และย่อยเนื้อหาให้เข้าใจง่ายเวอร์ๆ
 👉 ในปี 2026 นี้ เราคาดหวังว่ามันจะรองรับ "ภาษาไทย" แบบเนียนกริบ ฟังเพลินเหมือนฟังรายการวิทยุตอนเช้า!
🔥 ท่าไม้ตาย (Use Case):
 👉 ระหว่างขับรถไปทำงาน: แทนที่จะฟังเพลงเดิมๆ ให้เปิด "พอดแคสต์สรุปรายงานประจำเดือน" ที่ NotebookLM เจนฯ ให้ฟัง จบปุ๊บ ถึงออฟฟิศปุ๊บ พร้อมประชุมทันที!

3️⃣ The Multi-Modal Input: "รับจบทุกไฟล์ ไม่เกี่ยงนามสกุล" 📁🎥
ปี 2026 ข้อมูลไม่ได้มีแค่ตัวหนังสือ NotebookLM จึงอัปเกรดให้รองรับทุกอย่าง

ความเจ๋งในปี 2026:
 👉 YouTube: แปะลิงก์คลิปวิดีโอสัมมนายาว 2 ชั่วโมงลงไป มันดูจบในวิเดียว แล้วตอบคำถามได้เลย
 👉 Audio File: อัปโหลดไฟล์เสียงบันทึกการประชุมลงไป มันฟังรู้เรื่องและวิเคราะห์ได้
 👉 Slides/Charts: อ่านกราฟใน Powerpoint/Google Slides ออก แล้วสรุปแนวโน้มให้

🚀 สรุป: เริ่มต้นใช้ NotebookLM วันนี้
เลิกทรมานตัวเองด้วยการอ่านหนังสือสอบหรืออ่านรีพอร์ตทั้งคืนครับ
 1️⃣ เข้าเว็บ NotebookLM
 2️⃣สร้าง Notebook ใหม่ ตั้งชื่อตามโปรเจกต์ (เช่น "วิจัยจบ", "คู่มือสินค้า A")
 3️⃣ Upload Sources ทั้งหมดเข้าไป
 4️⃣ กดฟัง Audio Overview หรือพิมพ์ถามสิ่งที่อยากรู้

"NotebookLM ไม่ได้ทำให้คุณขี้เกียจ แต่มันทำให้คุณเอาเวลาไป 'คิดต่อยอด' แทนที่จะหมดเวลาไปกับ 'การสรุปความ'"

EP หน้า (EP.3): เตรียมพบกับ "Google MixBoard" (หรือชื่อในอนาคต) กระดานไวท์บอร์ดอัจฉริยะที่ AI จะมาช่วยเรา "วาดไอเดีย" ใครสายครีเอทีฟ สายประชุมระดมสมอง ห้ามพลาด!

ใครเคยลองฟัง Audio Overview แล้วบ้าง? รู้สึกเหมือนฟังคนคุยกันจริงไหม? มาแชร์กันครับ 👇

#AILIFE #NotebookLM #GoogleAI #SecondBrain #StudyHacks #ProductivityTools #AIช่วยอ่าน #สอนใช้AI #Gemini2026

สคริปต์อบรมนักเรียนหน้าเสาธง

 



วันพุธที่ 7 มกราคม พุทธศักราช 2569

เรื่อง : คนเก่งอาจไปได้ไกล แต่คนดีจะไปได้ไกลและยืนยาว


เรียน ท่านผู้อำนวยการ คณะครู

และสวัสดีนักเรียนที่น่ารักทุกคน


เช้าวันนี้ ก่อนที่นักเรียนทุกคนจะเริ่มต้นการเรียน ครูอยากให้นักเรียนลองตั้งใจฟัง และลองถามตัวเองเงียบ ๆ ในใจว่า สิ่งใดกันแน่ที่ทำให้คนคนหนึ่งประสบความสำเร็จในชีวิต เป็นเพราะความเก่งเพียงอย่างเดียว หรือเป็นเพราะสิ่งที่อยู่ลึกกว่านั้น


ในโลกปัจจุบัน เราเห็นข่าวคนเก่งมากมาย แต่ไม่ใช่ทุกคนจะได้รับการยอมรับอย่างแท้จริง เพราะสิ่งที่สังคมมองหา ไม่ใช่แค่ความสามารถ แต่คือ “คุณธรรม” โดยเฉพาะความซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย และใฝ่เรียนรู้ ซึ่งเป็นรากฐานของการเป็นคนที่สังคมไว้วางใจ


ความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ได้หมายถึงเรื่องใหญ่โตเสมอไป แต่เริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การไม่โกงข้อสอบ ไม่ลอกการบ้าน ไม่โกหกครู ไม่โกหกพ่อแม่ และไม่โกงตัวเอง นักเรียนอาจคิดว่าไม่มีใครเห็น แต่ความจริงแล้ว ตัวเราเองเห็น และสิ่งเหล่านี้จะค่อย ๆ สร้างนิสัยที่ติดตัวเราไปตลอดชีวิต


ครูอยากให้นักเรียนจำไว้ว่า ความไม่ซื่อสัตย์อาจทำให้เราได้เปรียบในระยะสั้น แต่จะทำให้เราเสียความน่าเชื่อถือในระยะยาว และเมื่อใดที่คนอื่นไม่เชื่อใจเรา เมื่อนั้นโอกาสดี ๆ ในชีวิตก็จะค่อย ๆ หายไป


ต่อมาคือเรื่องของวินัย หลายคนเข้าใจว่าวินัยคือความเข้มงวดหรือการบังคับ แต่ความจริงแล้ว วินัยคือการรู้จักควบคุมตัวเอง รู้หน้าที่ของตนเอง และทำในสิ่งที่ควรทำแม้ในวันที่ไม่มีใครคอยบังคับ เช่น การมาโรงเรียนตรงเวลา การแต่งกายให้ถูกระเบียบ การทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จ และการเคารพกติกาของโรงเรียน


นักเรียนที่มีวินัย อาจไม่ได้เก่งที่สุดในห้อง แต่จะเป็นคนที่ไปได้ไกลที่สุด เพราะวินัยคือสะพานที่พาเราไปถึงเป้าหมาย ความฝันที่ไม่มีวินัยรองรับ จะเป็นเพียงความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง


และสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การเป็นคนใฝ่เรียนรู้ โลกในวันนี้เปลี่ยนเร็วมาก ความรู้ที่มีอยู่วันนี้ อาจไม่เพียงพอสำหรับวันพรุ่งนี้ คนที่อยู่รอดและประสบความสำเร็จ ไม่ใช่คนที่รู้มากที่สุด แต่คือคนที่พร้อมเรียนรู้ตลอดเวลา กล้าถาม กล้าคิด และกล้ายอมรับว่าตัวเองยังต้องพัฒนา


การใฝ่เรียนรู้เริ่มต้นง่าย ๆ จากการตั้งใจเรียนในห้องเรียน การฟังครูอย่างมีสมาธิ การอ่านเพิ่มเติม การถามเมื่อไม่เข้าใจ และการไม่หยุดเรียนรู้แม้ในวันที่รู้สึกท้อ เพราะทุกความรู้ที่สะสมในวันนี้ คืออาวุธสำคัญของชีวิตในอนาคต


ครูอยากให้นักเรียนลองคิดตามว่า หากวันหนึ่งนักเรียนเติบโตออกไปสู่สังคม ระหว่างคนที่เก่งแต่ไม่ซื่อสัตย์ กับคนที่อาจเก่งน้อยกว่าแต่มีความซื่อสัตย์ มีวินัย และรักการเรียนรู้ สังคมจะเลือกใครให้รับผิดชอบงานสำคัญ คำตอบนั้นชัดเจนอยู่แล้ว


สุดท้ายนี้ ครูอยากฝากให้นักเรียนทุกคน จำไว้ว่า ความซื่อสัตย์สุจริต คือศักดิ์ศรีของความเป็นคน วินัยคือกุญแจสู่ความสำเร็จ และการใฝ่เรียนรู้คือพลังที่ทำให้ชีวิตไม่หยุดพัฒนา หากนักเรียนปลูกฝังคุณธรรมทั้งสามข้อนี้ได้ตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่านักเรียนจะเดินไปทางไหน ชีวิตจะไม่หลงทางอย่างแน่นอน


ขอให้เช้าวันนี้ เป็นอีกหนึ่งวันที่นักเรียนเลือกจะเป็นคนดี เป็นคนมีวินัย และเป็นคนที่ไม่หยุดเรียนรู้ เพื่ออนาคตที่มั่นคงและภาคภูมิใจในตัวเอง


ขอบใจที่ตั้งใจฟัง ขอให้มีความสุขกับการเรียนในวันนี้นะ ครับ/ค่ะ สวัสดีครับ/ค่ะ



#เรียนดี  มีคุณธรรม

#อบรมหน้าเสาธง

#คุณธรรมจริยธรรม

#ซื่อสัตย์สุจริต

#มีวินัยใฝ่เรียนรู้

#ครูเวรคุณภาพ


ที่มา FB:วิถีครูสังคม

วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569

ถอดแนวคิดสร้าง โกยเงินแสนใน 3 วัน ด้วย "ไฟล์ PDF"


.
ในปี 2026 หากคุณยังคิดว่าการสร้างหนังสือสักเล่มต้องใช้เวลาเป็นเดือน 
คุณอาจกำลังเดินตามโลกไม่ทัน 
.
ช่อง YouTube : Passive Biz Lucca กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า "ความเร็ว" คืออาวุธใหม่ในยุค AI 
เขาสามารถสร้างรายได้กว่า $52,000 (ประมาณ 1.8 ล้านบาท) ภายในเวลาอันสั้น และทำสถิติสร้างรายได้หลักแสนได้ในเวลาเพียง 3 วัน จากการขายสินค้าดิจิทัลที่ดูเหมือนธรรมดาอย่าง "ไฟล์ PDF" 
Lucca เล่าว่า เคล็ดลับไม่ใช่การขยันทำสิ่งเดิมๆ แต่คือการใช้ AI มาเป็นแรงงานทุ่นแรง 100% คุณไม่จำเป็นต้องวาดรูปเป็น ไม่ต้องเก่งภาษา ขอแค่คุณวาง "โครงสร้างระบบ" ให้เป็น ระบบนี้จะหาเงินให้คุณแม้ตอนหลับ
.
#สูตรลับการสร้างเนื้อหาที่เสร็จไวระดับกระพริบตา
หัวใจสำคัญของโมเดลนี้คือการเปลี่ยนจาก "หน้าจอเปล่า" ให้เป็นสินค้าพร้อมขายในไม่กี่นาที Lucca ใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า Nano Banana ในการสร้าง "หนังสือเด็กทั้งเล่ม" เขาแค่พิมพ์คำสั่ง (Prompt) ง่ายๆ เช่น "สร้างหนังสือเด็ก 10 หน้าเรื่องเกี่ยวกับแพนด้า พร้อมภาพและเนื้อหา" ผลลัพธ์คือ AI เนรมิตภาพสีสวยงามพร้อมเนื้อเรื่องเสร็จภายในเวลาไม่ถึงนาที เขากล่าวว่า “ผมแค่กระพริบตา 3 ที มันเสร็จไปแล้ว 8 หน้า” โดยไม่ต้องแตะโปรแกรมออกแบบให้ปวดหัว
.
#เปลี่ยนไฟล์ดิบให้เป็นสินค้าด้วยหลักการ1ชั่วโมง
หลังจากได้วัตถุดิบจาก AI ขั้นตอนต่อไปคือการ "แพ็กเกจจิ้ง" ให้พร้อมขาย
เค้าเริ่มต้นจัดหน้าใน Canva โดยการนำภาพจาก Nano Banana มาวางในเทมเพลต แล้วเซฟเป็น PDF หลังจากนั้น เค้าใช้ ChatGPT เป็นเซลล์แมนให้ AI เขียน SEO Title และ Description สำหรับขายบน Etsy โดยเฉพาะ ซึ่งคนที่ดูบน Etsy ไม่ได้มองหาแค่งานศิลปะ แต่พวกเค้ามองหา "ทางออก" เช่น ของขวัญให้ลูกหรือกิจกรรมแก้เบื่อ การมี Keyword ที่แม่นยำ ทำให้สินค้าของเขาพุ่งไปอยู่หน้าแรก และเกิดการซื้อขายจริงตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้าน 
.
#บทเรียนสำคัญสำหรับคนอยากสร้างPassivePDF 
Lucca เน้นย้ำว่าโมเดลนี้ไม่ใช่เรื่องฟลุ๊ก แต่คือการทำ "Passive PDF Method" ที่เน้นผลลัพธ์ซ้ำได้จริง
 1. การเลือก Platform ให้ถูกจุด เขาแนะนำให้เริ่มจาก Etsy เพราะซื้อง่ายขายคล่อง ไม่ต้องมีขั้นตอนยุ่งยากเหมือน Amazon KDP ในช่วงเริ่มต้น และเมื่อสินค้าเริ่มติดตลาด ค่อยขยายไป Amazon เพื่อกินรวบฐานลูกค้าทั่วโลก
 2. สินค้าต้องมี Demand เขาเลือกทำ "หนังสือเด็ก" และ "สมุดระบายสี" เพราะเป็นตลาดที่มีคนซื้อซ้ำตลอดเวลา เขาแค่เปลี่ยนธีมไปเรื่อยๆ จากแพนด้า เป็นม้า เป็นไดโนเสาร์ แล้ววนลูปสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
 3. เน้นปริมาณแต่ก็ยังต้องคงคุณภาพ เมื่อคุณเริ่มใช้ AI คุณจะสามารถทำเล่มที่ 1 ใน 1 ชั่วโมง และแน่นนว่าการที่คุณจะทำสัก 100 เล่มก็คงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคุณและอีกอย่างที่สำคัญคือคุณก็ไม่ต้องเสียต้นทุนค่าพิมพ์ ไม่มีค่าสต็อกสินค้าอีกด้วย
 "นี่ไม่ใช่งานทางลัด แต่มันคือการสร้างระบบ" Lucca หยิบทรัพยากร AI ที่มีอยู่ มาเล่าใหม่ในรูปแบบสินค้าที่ตลาดต้องการ ในยุคที่ AI ทำงานแทนเราได้เกือบทุกอย่าง คำถามไม่ใช่ว่า 
"เราจะทำได้ไหม" แต่อยู่ที่ว่า "เราจะเริ่มสั่งการ AI ให้หาเงินให้เราตั้งแต่วันนี้เลยหรือเปล่า?"
.
แต่เหนือสิ่งอื่นใดการใช้ AI เข้ามาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะก็ยังเป็นสิ่งที่ถกเถียงกันในด้านของจรรยาบรรณและลิขสิทธิ์ของงานศิลปะชิ้นนั้นๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นการใช้ AI เข้ามาช่วยสร้างรายได้ในมุมนี้อาจจะต้องระมัดระวังและ มีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย

#ตั้งตัว
#Tangtua
#วัยรุ่นตั้งตัว

เจาะลึก "Gemini" (ฉบับปี 2026): เลิกใช้แค่ "ถาม-ตอบ" ได้แล้ว! นี่คือ "CEO ส่วนตัว" ที่คุมทั้งชีวิตการทำงานของคุณ

💎 เจาะลึก "Gemini" (ฉบับปี 2026): เลิกใช้แค่ "ถาม-ตอบ" ได้แล้ว! นี่คือ "CEO ส่วนตัว" ที่คุมทั้งชีวิตการทำงานของคุณ
(Series: 5 AI ที่คุณต้องใช้ให้เป็น - EP.1)
ถ้าปี 2023-2024 เราตื่นเต้นที่ Gemini ตอบคำถามได้...

📌ปี 2026 นี้ ถ้าคุณยังใช้มันแค่ถามว่า "เที่ยงนี้กินอะไรดี?" หรือ "ช่วยเขียนแคปชั่นหน่อย" บอกเลยว่า "คุณกำลังขับเฟอร์รารี่ไปซื้อแกงปากซอย" ครับ! 🏎️💨

✅วันนี้ AILIFE จะพามา "ผ่าตัด" Gemini ในร่างทองปี 2026 ว่าทำไมมันถึงไม่ใช่แค่ Chatbot อีกต่อไป แต่มันคือ "ระบบปฏิบัติการ (OS) ของชีวิตการทำงาน"
และนี่คือ 3 ฟีเจอร์หลักที่คุณต้องใช้ให้คล่อง ถ้าอยากทำงานเสร็จเร็วกว่าเพื่อนร่วมงาน 10 เท่า! 👇

1️⃣ The Deep Integration: "มันจำได้ทุกไฟล์ รู้จักทุกเมล์ของคุณ" 📂📧
นี่คือจุดตายที่คู่แข่งยังตามไม่ทัน! ในปี 2026 หัวใจของ Gemini คือการเชื่อมต่อกับ Google Workspace แบบสมบูรณ์แบบ (Deep Integration)

สิ่งที่คุณต้องทำ:
เปิดใช้งาน Gemini Extensions เชื่อมต่อกับ Google Drive, Gmail, Docs, Sheets และ Calendar

🔥 ท่าไม้ตาย (Use Case):
เลิกเสียเวลาค้นหาไฟล์เก่าๆ หรือนั่งไล่อ่านเมล์เป็นร้อยฉบับ
 * สถานการณ์: เจ้านายถามหา "ตัวเลขงบประมาณโครงการ AILIFE ที่เราเคยคุยกันเมื่อปีที่แล้ว"

 👉 Prompt สั่ง Gemini:
   > "ค้นหาไฟล์ PDF หรือ Slides ใน Drive ของฉันเกี่ยวกับ 'งบประมาณโครงการ AILIFE ปี 2025' แล้วสรุปตัวเลขยอดรวมมาให้หน่อย และช่วยเช็กในอีเมลด้วยว่าใครเป็นคนอนุมัติงบก้อนนี้"
   > 
(ผลลัพธ์: Gemini จะวิ่งไปรื้อ Drive และ Gmail ของคุณ แล้วสรุปคำตอบมาให้ใน 10 วินาที โดยที่คุณไม่ต้องเปิดหน้าต่างใหม่เลย!)

2️⃣ The Reasoning Brain: "คิด วิเคราะห์ แยกแยะ (ของจริง)" 🧠
ลืม AI ที่ตอบมั่วๆ ไปได้เลย ด้วยโมเดลใหม่ (Thinking Mode) Gemini ไม่ได้แค่ "เดาคำ" แต่มีการ "หยุดคิด" (Chain of Thought) ก่อนตอบ

สิ่งที่คุณต้องทำ:
ใช้มันเป็น "คู่คิด" (Thinking Partner) ไม่ใช่แค่ "เครื่องมือค้นหา"

🔥 ท่าไม้ตาย (Use Case):
ใช้วางแผนกลยุทธ์ที่ซับซ้อน หรือแก้ปัญหาที่ไม่มีคำตอบตายตัว
 * สถานการณ์: ต้องการวางแผนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ให้น่าสนใจ

 👉 Prompt สั่ง Gemini:
   > "ช่วยออกแบบแผนการสอนเรื่อง 'ระบบสุริยะ' สำหรับเด็ก ป.4 แบบ Active Learning โดยใช้วัสดุเหลือใช้ในห้องเรียน ให้วิเคราะห์ก่อนว่าเด็กวัยนี้มีความสนใจเรื่องอะไร และเสนอมา 3 กิจกรรมที่ไล่ระดับความยากง่าย"
   > 
(ผลลัพธ์: มันจะไม่ได้แค่ลิสต์รายการ แต่จะอธิบาย "เหตุผล" ว่าทำไมถึงเลือกกิจกรรมนี้ และวิเคราะห์จิตวิทยาเด็กให้ด้วย)

3️⃣ The Multimodal Master: "ตามองเห็น หูได้ยิน ปากพูดได้" 👁️👂
การพิมพ์คือเรื่องล้าสมัย ในปี 2026 เราคุยกับ Gemini เหมือนคุยกับคนผ่าน Gemini Live (คุยเสียงโต้ตอบ Real-time) และส่งวิดีโอให้ดู

สิ่งที่คุณต้องทำ:
โหลดแอป Gemini บนมือถือ แล้วใช้ฟีเจอร์กล้อง/วิดีโอ

🔥 ท่าไม้ตาย (Use Case):
แก้ปัญหาหน้างานทันที โดยไม่ต้องพิมพ์อธิบาย
 * สถานการณ์: เครื่องปริ้นเตอร์ที่โรงเรียนขึ้น Error ไฟกระพริบแปลกๆ
 * Action:
   * เปิดแอป Gemini
   * ถ่ายวิดีโอสั้นๆ ให้เห็นไฟกระพริบที่เครื่องปริ้นเตอร์
   * พูดถาม: "เครื่องรุ่นนี้ไฟกระพริบแบบนี้แปลว่าอะไร และแก้ยังไง?"
(ผลลัพธ์: Gemini จะดูวิดีโอ วิเคราะห์รุ่นเครื่องปริ้นเตอร์ และบอกวิธีซ่อมทีละขั้นตอนทันที!)

🚀 สรุป: เริ่มต้นใช้งาน Gemini แบบ Pro วันนี้
ถ้าคุณอยากเก่ง Gemini ในปี 2026 จงจำกฎ 3 ข้อนี้ไว้ครับ:

 1️⃣ Context is King: อย่าถามลอยๆ ให้โยนไฟล์งาน หรืออ้างอิงข้อมูลใน Drive เสมอ

 2️⃣ Talk, Don't Type: หัดใช้เสียงคุยโต้ตอบ (Gemini Live) เพื่อระดมสมอง มันลื่นไหลกว่าการพิมพ์มาก

 3️⃣ One Prompt, Multi-task: สั่งให้มันทำหลายอย่างในครั้งเดียว (ค้นหา -> สรุป -> ร่างอีเมล -> สร้างตาราง)

"Gemini ไม่ได้มาแย่งงานคุณ แต่คนที่ใช้ Gemini คล่องต่างหาก ที่จะมาเอาตำแหน่งคุณไป"

EP หน้า: พบกับ NotebookLM เครื่องมือที่แอดมินยกให้เป็น "สมองที่สอง" (Second Brain) ที่ดีที่สุดในโลก... ใครที่มีเอกสารต้องอ่านกองเท่าภูเขา ห้ามพลาด!

ใครใช้ Gemini เชื่อมกับ Drive แล้วชีวิตดีขึ้นบ้าง? คอมเมนต์บอกหน่อย 👇

#AILIFE #Gemini2026 #GeminiAdvanced #GoogleWorkspace #ProductivityHacks #สอนใช้AI #เจาะลึกAI #fblifestyle #chatgpt #Gemini

รวม เครื่องมือ AI ตัวโหด ช่วยทำ “คอนเทนต์” นักการตลาด ครีเอเตอร์ ต้องโหลดติดเครื่องไว้ - FB:MarketThink

รวม เครื่องมือ AI ตัวโหด ช่วยทำ “คอนเทนต์” นักการตลาด ครีเอเตอร์ ต้องโหลดติดเครื่องไว้ - MarketThink
AI ช่วยคิดไอเดียคอนเทนต์ เขียนบทความ

- ChatGPT
จุดเด่น : คิดไอเดียคอนเทนต์, พูดคุยได้หลากหลายหัวข้อ, มีความยืดหยุ่นสูง, ปรับโทนการเขียนได้อิสระ
ราคา : มีเวอร์ชันฟรี แต่จำกัดการใช้งาน, เริ่มต้นที่ 259 บาท/เดือน สำหรับแพ็กเกจ Go
- Jasper AI
จุดเด่น : มี Template ช่วยเขียนบทความเยอะ, มี Template โทนการเขียนให้เลือกเยอะ จึงเหมาะกับงานขายและทำการตลาด
ราคา : มีให้ทดลองใช้ฟรี, เริ่มต้นที่ 2,100 บาท/เดือน สำหรับแพ็กเกจ Pro

- Copy . ai
จุดเด่น : ทำคำโปรยโฆษณาได้ดี เหมาะกับงานขาย
ราคา : มีให้ทดลองใช้ฟรี, เริ่มต้นที่ 900 บาท/เดือน

- Writesonic
จุดเด่น : มี Template และมีโทนเสียงหรือสำเนียงการเขียนให้เลือกเยอะ, สามารถสร้างบทความ SEO ได้
ราคา : มีให้ทดลองใช้ฟรี, เริ่มต้นที่ 1,500 บาท/เดือน สำหรับแพ็กเกจ Lite

- Frase
จุดเด่น : มีฟีเชอร์วิเคราะห์คีย์เวิร์ด, วิเคราะห์บทความของคู่แข่ง และช่วยปรับบทความให้สอดคล้องกับ SEO
ราคา : มีให้ทดลองใช้ฟรี, เริ่มต้นที่ 3,600 บาท/เดือน สำหรับแพ็กเกจ Professional

____________________________
AI ช่วยสร้างรูปภาพ

- ChatGPT
จุดเด่น : โมเดลสร้างรูปภาพ “GPT Image 1.5” ที่เก่งเรื่องการนำหลาย ๆ ภาพมาปรับแต่งร่วมกัน, สามารถทำอินโฟกราฟิกได้ แต่ยังรองรับภาษาไทยได้ไม่ดี
ราคา : มีเวอร์ชันฟรี แต่จำกัดการใช้งาน, เริ่มต้นที่ 259 บาท/เดือน สำหรับแพ็กเกจ Go

- Canva AI Images
จุดเด่น : มีสไตล์ภาพแบบสำเร็จรูปให้เลือก, เหมาะกับงานกราฟิก ที่เน้นความรวดเร็ว เช่น คอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย
ราคา : มีเวอร์ชันฟรี แต่จำกัดการใช้งาน, เริ่มต้นที่ 115 บาท/เดือน

- Midjourney
จุดเด่น : ภาพ AI คุณภาพสูง สร้างรูปได้หลายสไตล์ หลายแบบ
ราคา : เริ่มต้นที่ 310 บาท/เดือน

- Gemini (Nano Banana Pro)
จุดเด่น : สร้างรูปภาพได้สมจริง โดยเฉพาะอินโฟกราฟิก และช่วยทำสไลด์ ที่สำคัญคือ รองรับภาษาไทย
ราคา : มีเวอร์ชันฟรี แต่จำกัดการใช้งาน, เริ่มต้นที่ 189 บาท/เดือน สำหรับแพ็กเกจ Google AI Plus

____________________________
AI ช่วยตัดต่อวิดีโอ

- Pictory
จุดเด่น : เปลี่ยนข้อความเป็นวิดีโอ, มีฟีเชอร์เพิ่ม Subtitle อัตโนมัติ, เพิ่มเสียงบรรยายด้วย AI และสั่งให้สร้างไฮไลต์วิดีโอได้
ราคา : มีเวอร์ชันฟรี แต่จำกัดการใช้งาน, เริ่มต้นที่ 750 บาท/เดือน

- Descript
จุดเด่น : มีฟีเชอร์ AI โคลนเสียงของเรา แล้วสร้างเสียงบรรยายจากข้อความที่ป้อนเข้าไป, มีเครื่องมือตัดต่อพื้นฐานให้ครบ, สามารถลบเสียงรบกวนให้อัตโนมัติ
ราคา : มีเวอร์ชันฟรี แต่จำกัดการใช้งาน, เริ่มต้นที่ 720 บาท/เดือน

- Runway
จุดเด่น : หน้าตาเรียบง่าย เหมาะกับผู้เริ่มต้นใช้งาน และมีเครื่องมือพื้นฐานให้ใช้งานหลากหลาย
ราคา : มีเวอร์ชันฟรี แต่จำกัดการใช้งาน, เริ่มต้นที่ 460 บาท/เดือน

- Synthesia
จุดเด่น : สามารถสร้าง AI Avatar มาช่วยทำให้คลิปดูสนุกได้, AI Avatar สามารถพากย์เสียงได้หลายภาษา รองรับภาษาไทย เหมาะกับผู้ใช้งานเริ่มต้น ไม่มีทักษะตัดต่อก็ใช้งานได้
ราคา : มีเวอร์ชันฟรี, เริ่มต้นที่ 1,200 บาท/เดือน

- HeyGen
จุดเด่น : อินเทอร์เฟซใช้งานง่าย, มี Template วิดีโอให้เลือกหลากหลาย, พิมพ์ข้อความแล้วแปลงเป็นวิดีโอแบบเรียลไทม์ได้
ราคา : มีเวอร์ชันฟรี, เริ่มต้นที่ 1,200 บาท/เดือน

____________________________
AI ช่วยตรวจคำผิด ปรับการเขียน

- Grammarly
จุดเด่น : ช่วยปรับสำนวนเขียนและโทนให้เป็นตามที่ต้องการ, เน้นตรวจไวยากรณ์, เหมาะกับงานเชิงวิชาการหรืองานเขียนจริงจัง ต้องการความน่าเชื่อถือ
ราคา : มีเวอร์ชันฟรี แต่จำกัดการใช้งาน, เริ่มต้นที่ 360 บาท/เดือน

- ProWritingAid
จุดเด่น : ฟีเชอร์ให้คำแนะนำเพิ่มเติม, เน้นตรวจโครงสร้างและเนื้อหา เหมาะกับงานเขียนแนวนิยาย ความคิดเห็น โพสต์โซเชียลมีเดีย
ราคา : มีเวอร์ชันฟรี แต่จำกัดการใช้งาน, เริ่มต้นที่ 300 บาท/เดือน

- Microsoft Editor
จุดเด่น : อยู่ใน Office 365 ช่วยตรวจแก้สำนวน
ราคา : มีเวอร์ชันฟรี แต่จำกัดการใช้งาน, เริ่มต้นที่ 300 บาท/เดือน โดยรวมอยู่ใน Microsoft 365

____________________________

AI ช่วยจัดการงานคอนเทนต์ บนโซเชียลมีเดีย

- Buffer

จุดเด่น :
มีฟีเชอร์ Schedule Posts ช่วยจัดการเรื่องการตั้งโพสต์บนหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน
มีฟีเชอร์ Calendar ช่วยวางแผนการลงคอนเทนต์
สามารถวัดผลและเก็บข้อมูลเอนเกจเมนต์ทุกบัญชีบนทุกแพลตฟอร์ม

ราคา : มีเวอร์ชันฟรี, เริ่มต้นที่ 155 บาท/เดือน/User

- Hootsuite
จุดเด่น : ฟีเชอร์ Publishing จัดการและดูภาพรวมคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย
ราคา : มีให้ทดลองใช้งานฟรี, เริ่มต้นที่ 3,100 บาท/เดือน สำหรับแพ็กเกจ Standard

- Sprout Social
จุดเด่น : ฟีเชอร์ Listening ช่วยวิเคราะห์เทรนด์และอินไซต์บนโลกโซเชียลมีเดีย, มีฟีเชอร์ช่วยกำหนดเวลาโพสต์ และช่วยมอนิเตอร์คอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย


#AI
#คอนเทนต์
 FB:MarketThink
 

อัปเดตปี 2026: 5 AI ที่คุณ "ต้องใช้ให้เป็น" ถ้าไม่อยากตกขบวน​ ที่มืออาชีพใช้จริงๆ​

🚀 อัปเดตปี 2026: 5 AI ที่คุณ "ต้องใช้ให้เป็น" ถ้าไม่อยากตกขบวน (สรุปจากที่แอดมินใช้จริงทุกวัน!)
สวัสดีชาว AILIFE ครับ! เผลอแป๊บเดียวเราก็เดินทางมาถึงปี 2026 กันแล้ว
ถ้าใครยังมองว่า AI เป็นแค่ "ของเล่นใหม่" บอกเลยว่าคุณกำลังพลาดอย่างแรงครับ 

ในปี 2026 นี้ AI ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่มันคือ "อวัยวะที่ 33" ของคนทำงานไปแล้ว

ใครใช้เป็น งานเสร็จใน 2 ชั่วโมง ใครใช้ไม่เป็น อาจต้องนั่งทำทั้งวัน!

วันนี้แอดมินเลยขอสรุป "5 AI Tools ตัวตึงประจำปี 2026" ที่แอดมินใช้จริงในชีวิตประจำวัน แทบจะเรียกได้ว่าขาดไม่ได้ มาฝากกันครับ คัดมาแล้วว่าถ้าคุณเก่ง 5 ตัวนี้ ชีวิตการทำงานของคุณจะง่ายขึ้นแบบก้าวกระโดด!

👇 มีตัวไหนบ้าง ไปดูกันเลย! 👇

1️⃣ Gemini (The Ultimate Assistant - เลขาส่วนตัวอัจฉริยะ)

ผู้ช่วยมือขวาที่เชื่อมต่อทุกอย่างในชีวิตการทำงาน
ในปี 2026 นี้ Gemini ไม่ใช่แค่แชทบอทถาม-ตอบธรรมดาแล้วครับ แต่มันคือ "ศูนย์กลางการทำงาน" ของจริง โดยเฉพาะใครที่อยู่ใน Google Ecosystem

 📌 ทำไมต้องใช้ในปี 2026: มันเชื่อมต่อ Google Workspace (Docs, Sheets, Gmail, Drive) ได้ลึกซึ้งมาก คุณสามารถสั่งให้ Gemini "สรุปอีเมลลูกค้าเมื่อวาน แล้วร่างใบเสนอราคาใน Docs โดยดึงข้อมูลราคาจาก Sheets ไฟล์ล่าสุด" ได้ในคำสั่งเดียว!
 📌 แอดมินใช้ทำอะไร: ใช้เป็นเลขาหน้าห้องครับ จัดการตารางงาน สรุปประชุมอัตโนมัติ และใช้ช่วยคิดงานที่ซับซ้อนที่ต้องดึงข้อมูลจากหลายไฟล์ใน Drive

3️⃣ NotebookLM (The Knowledge Brain - สมองสำรองของคนข้อมูลเยอะ)

เปลี่ยนกองเอกสารมหาศาล ให้เป็นความรู้อัจฉริยะ
ใครที่ต้องอ่าน Paper เยอะๆ, มีเอกสารบริษัทเป็นภูเขา หรือต้องทำรีเสิร์ช NotebookLM คือพระเจ้าครับ

 📌 ทำไมต้องใช้ในปี 2026: มันคือเครื่องมือที่ช่วยให้คุณ "คุยกับข้อมูลของคุณเอง" ได้ดีที่สุด แค่โยน PDF, Google Docs หรือลิงก์เว็บเข้าไป มันจะย่อยข้อมูลทั้งหมด แล้วตอบคำถามคุณได้แม่นยำแบบมีอ้างอิง ที่สำคัญฟีเจอร์ "Audio Overview" ที่เปลี่ยนเอกสารน่าเบื่อให้เป็น Podcast ฟังเพลินๆ ตอนขับรถ คือฟีเจอร์ที่ช่วยชีวิตคนไม่มีเวลาอ่านได้ดีที่สุด

 📌 แอดมินใช้ทำอะไร: โยนรายงานการตลาดทั้งปีเข้าไป แล้วให้มันสรุปเทรนด์สำคัญๆ หรือสร้าง Podcast ฟังบรีฟก่อนเข้าประชุมใหญ่

3️⃣ Google MixBoard (The Creative Canvas - กระดานไอเดียไร้ขอบเขต)

พื้นที่ระดมสมองที่ AI ช่วยคิดและสร้างไปพร้อมกัน
(จากเครื่องมือทดลองสู่มาตรฐานใหม่ของการ Brainstorm ในปี 2026) ลืมกระดานไวท์บอร์ดแบบเดิมๆ ไปได้เลยครับ นี่คือพื้นที่ที่ทีมมาเจอกันแล้วไอเดียพุ่งกระฉูดที่สุด

 📌 ทำไมต้องใช้ในปี 2026: มันคือกระดานที่ผสมผสานทุกอย่าง ทั้งการวาดเขียน ข้อความ รูปภาพ และ AI คุณสามารถสเก็ตช์ไอเดียคร่าวๆ แล้วให้ AI ใน MixBoard แปลงเป็นภาพต้นแบบ หรือให้ AI ช่วยเติมเต็ม Mind Map ที่ยังคิดไม่ออก มันคือการทำงานร่วมกันระหว่าง "คน+คน+AI" แบบเรียลไทม์

 📌 แอดมินใช้ทำอะไร: ใช้ประชุมวางแผนโปรเจกต์ใหม่ครับ วางโครงสร้างเว็บ หรือวางสตอรี่บอร์ดวิดีโอ มันทำให้เห็นภาพตรงกันทั้งทีมได้เร็วมาก

4️⃣ Canva (The Visual Powerhouse - งานดีไซน์ที่ใครก็ทำได้)
I
เสกงานกราฟิกและวิดีโอระดับโปรฯ ได้ในพริบตา
ในปี 2026 Canva แทบจะกลายเป็นโปรแกรมสามัญประจำเครื่องไปแล้ว ไม่ใช่ดีไซเนอร์ก็สร้างงานสวยๆ ได้

 📌 ทำไมต้องใช้ในปี 2026: AI ของ Canva เก่งขึ้นมากครับ ไม่ใช่แค่ Magic Resize แล้ว แต่มันคือการ "สร้าง" และ "แก้ไข" ที่ครบวงจร จะเจนฯ รูปภาพ, ลบคนออกจากวิดีโอ, ขยายฉากหลัง, หรือแปลงข้อความให้เป็นงานนำเสนอพร้อมกราฟิกสวยๆ ก็ทำได้ในไม่กี่คลิก มันลดเวลาทำงานอาร์ตเวิร์กจากชั่วโมงเหลือแค่นาที

 📌 แอดมินใช้ทำอะไร: ทำภาพประกอบคอนเทนต์ลงโซเชียลทุกวัน, ตัดต่อคลิป Reels/Shorts แบบด่วนๆ และทำสไลด์นำเสนอที่ดูแพงแต่ทำง่าย

5️⃣ ChatGPT & Sora (The Creative Engine - ขุมพลังแห่งการสร้างสรรค์)

คู่หูสุดโหดสำหรับงานคิดวิเคราะห์ซับซ้อน และงานวิดีโอคุณภาพสูง
เมื่อตัวพ่อด้านภาษา (ChatGPT) มาจับคู่กับตัวแม่ด้านวิดีโอ (Sora) ในปี 2026 นี่คือเครื่องมือสำหรับสาย Hardcore Creative ครับ

 📌 ทำไมต้องใช้ในปี 2026:
   👉 ChatGPT: ยังคงเป็นเบอร์ 1 เรื่องการให้เหตุผลที่ซับซ้อน การเขียนโค้ด หรือการเป็นคู่คิดในการวางกลยุทธ์ที่ลึกซึ้ง
   👉 Sora: (ในปี 2026) กลายเป็นมาตรฐานของการสร้างวิดีโอจากข้อความ (Text-to-Video) ที่สมจริงสุดๆ ใช้สร้าง B-Roll, ฉากภาพยนตร์ หรือโฆษณาคุณภาพสูงได้โดยไม่ต้องออกกองถ่าย

 📌 แอดมินใช้ทำอะไร: ใช้ ChatGPT ช่วยคิดโครงสร้างบทความยาวๆ หรือแก้ปัญหาทางเทคนิคยากๆ และใช้ Sora สร้างฟุตเทจวิดีโอประกอบคอนเทนต์ที่หาถ่ายจริงไม่ได้

✅บทสรุป:
ปี 2026 แล้วนะครับ อย่าปล่อยให้ AI เป็นแค่เรื่องที่ "รู้ไว้ก็ดี" แต่ต้อง "ใช้ให้เป็นงาน"
เริ่มจาก 5 ตัวนี้ รับรองว่าคุณจะกลายเป็น Super Productive Person ที่ทำงานได้เร็วขึ้น ดีขึ้น และมีเวลาไปใช้ชีวิตมากขึ้นแน่นอนครับ!
ใครใช้ตัวไหนอยู่ หรือมีตัวอื่นเด็ดๆ ในปี 2026 แนะนำอีก คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยครับ! 👇

#AILIFE #AI2026 #Gemini #NotebookLM #MixBoard #CanvaAI #ChatGPT #Sora #ProductivityTools #สอนใช้AI #fblifestyle #AIเพื่อการศึกษา #fbreelsfypシ゚ #AIสร้างภาพ. #veo3

ขอบคุณ​ที่มา​ FB:AI. LIFE 

สรุปลดหย่อนภาษี ปี 2568

📣 สรุปลดหย่อนภาษี ปี 2568 สำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 90/91  ✅ ยื่นแบบกระดาษ 1 มกราคม - 31 มีนาคม 2569 ✅ ยื่นแบ...