วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ภาษาอังกฤษ​ 40​ ประโยค​ที่ใช้พูด​บ่อย.

1. No way! โน เวย์! / ไม่มีทาง
2. That’s fine. แด็ทส์ ไฟน / ไม่เป็นไร
3. What’s up? ว็อทส์ อัพ? / เป็นไงบ้าง
4. Why not? – วาย น็อท? / ทำไมล่ะ
5. Try again. ทราย อะเกน / ลองอีกครั้ง
6. Take care. เทค แคร์ / ดูแลตัวเองนะ
7. Sweet dreams. สวีท ดรีมส์ / ฝันดีนะ
8. Keep going. คีพ โกอิง/ ทำต่อไป
9. Can’t wait. ค้านท์ เวท / รอไม่ไหวแล้ว
10. I forgot. ไอ เฟอะก็อท / ฉันลืม

11. After you. อาฟเทอะ ยู / เชิญคุณก่อนเลย
12. Sure thing. ชัวร์ ธิง / แน่นอน
13. Hold on. โฮลดฺ ออน / รอสักครู่
14. Your call. ยัวร์ คอล / คุณตัดสินใจเลย
15. Break up. เบรค อัพ / เลิกกัน
16. Right now. ไรท์ นาว / ตอนนี้เลย
17. Got it. ก็อท อิท / เข้าใจละ
18. Forget it. เฟอะเก็ท อิท / ลืมมันซะ
19. Just kidding. จัสท์ คิดดิง/ แค่ล้อเล่นน่ะ
20. Your turn. ยัวร์ เทิร์น / ถึงตาคุณแล้ว

21. You’re welcome. ยัวร์ เวลคัม / ด้วยความยินดี
22. Don’t worry. โดนท์ วอรี /ไม่ต้องกังวล
23. Don’t be late. โดนท์ บี เลท / อย่าสายนะ
24. Count me in. เคานท์ มี อิน /ฉันเอาด้วย
25. Be nice. บี ไนซ์ / ทำตัวดี ๆ
26. That’s right. แด็ทส์ ไรท์ / ถูกต้องแล้ว
27. Watch out! วอทชฺ เอาท์! / ระวังนะ!
28. Of course. ออฟ คอส / แน่นอน
29. It happens. อิท แฮพเพินส์ / มันเกิดขึ้นได้
30. I knew it. ไอ นิว อิท / ว่าแล้วเชียว

31. Call me. คอล มี / โทรหาฉัน
32. I agree. ไอ อะกรี / ฉันเห็นด้วย
33. Never mind. เนฟเวอะ ไมนด์ / ไม่เป็นไร
34. Take a break. เทค อะ เบรค / พักก่อน
35. Good job! กุด จ็อบ / ทำดีมาก
36. No worries. โน วอรีส์ /ไม่ต้องกังวล
37. My bad. มาย แบด / ฉันผิดเอง
38. Go for it. โก ฟอร์ อิท / ไปเลย ,ลุยเลย
39. Let’s go. เล็ทส์ โก / ไปกันเถอะ
40. Out of order. เอาทฺ ออฟ ออร์เดอะ / เสีย ,ชำรุด

นักเจรจาของฮาร์วาร์ด อธิบายว่าทำอย่างไร จึงจะได้สิ่งที่คุณต้องการทุกครั้ง


.
William Ury และ Roger Fisher ผู้ก่อตั้ง Harvard Negotiation Project ได้เขียนหนังสือ "Getting to Yes" ที่อธิบายว่าการเจรจาไม่ใช่เรื่องของการแบ่งครึ่ง หรือยืนกรานในแบบของเราหรือของเขา แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องชนะหรือแพ้ หากคุณถามว่าใครชนะ แสดงว่าคุณแพ้ไปแล้ว 
.
งั้นการเจรจาคืออะไร ลองดูตัวอย่างนี้ ชายสองคนทะเลาะกันในห้องสมุด คนหนึ่งอยากเปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเท อีกคนอยากปิดเพื่อไม่ให้ลมพัดกระดาษของเขา ทำยังไง เปิดครึ่งหนึ่ง เปิดนิดหน่อย หรือปิดเลย บรรณารักษ์ฟังทั้งสองฝ่ายแล้วไปเปิดหน้าต่างในห้องอื่น ทำให้มีอากาศถ่ายเทโดยไม่รบกวนกระดาษ ทั้งสองฝ่ายมีความสุข 
.
อีกตัวอย่าง คนสองคนอยากแบ่งเค้ก แต่ไม่เห็นด้วยว่าจะแบ่งยังไงให้ยุติธรรม ไม่ว่าจะตัดยังไง ทั้งคู่จะบ่นว่าอีกฝ่ายได้ชิ้นใหญ่กว่า ทำยังไง ให้คนหนึ่งเป็นคนตัด อีกคนเลือกก่อน เนื่องจากคนตัดรู้ว่าอีกฝ่ายเลือกก่อน เขาจะตัดให้เท่าๆ กันเพื่อไม่ให้ตัวเองได้ชิ้นเล็ก 
.
ตัวอย่างสุดท้าย เด็กสองคนทะเลาะเรื่องส้ม พ่อแม่เอามีดมาตัดส้มครึ่งหนึ่งให้คนละครึ่ง เด็กคนหนึ่งกินเนื้อส้มแล้วทิ้งเปลือก อีกคนเอาเปลือกไปทำเค้กแล้วทิ้งเนื้อส้ม หากพ่อแม่ถามว่าทำไมถึงอยากได้ส้ม เด็กทั้งคู่จะได้ 100% ของสิ่งที่ต้องการ แต่พวกเขาได้แค่ 50% 
.
การเจรจาคือการหาวิธีแก้ปัญหาที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายมีความสุขโดยไม่ทำลายความสัมพันธ์ นี่คือกรอบ 4 ขั้นตอนที่จะทำให้คุณเจรจาเก่ง 
.
ขั้นตอนที่ 1: โฟกัสที่ผลประโยชน์ ไม่ใช่จุดยืน
จากเรื่องชายสองคนที่ทะเลาะเรื่องหน้าต่าง แทนที่จะโต้เถียงเรื่องจุดยืน ให้เปลี่ยนไปโฟกัสที่ผลประโยชน์ จุดยืนชัดเจนและเฉพาะเจาะจง แต่ผลประโยชน์อาจซ่อนอยู่หรือคลุมเครือ หาผลประโยชน์ของอีกฝ่ายโดยถามว่า "ทำไม" ทำไมพวกเขาถึงอยากได้สิ่งนั้น ลองมองจากมุมมองของพวกเขา เมื่อค้นพบผลประโยชน์แล้ว พูดคุยอย่างเปิดเผย คนฟังดีกว่าถ้ารู้สึกว่าถูกเข้าใจ .

ขั้นตอนที่ 2: ใช้มาตรฐานที่ยุติธรรม 
ไม่ว่าคุณจะเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการแค่ไหน ความขัดแย้งจะเกิดขึ้นเสมอ แทนที่จะโต้เถียงไปมา ใช้เกณฑ์ที่เป็นกลางเพื่อตัดสินใจ เช่น ราคาตลาด ข้อกำหนดทางกฎหมาย ความเห็นผู้เชี่ยวชาญ เมื่อคุณบอกว่า "มาดูกฎหรือระเบียบกัน" มันเปลี่ยนจากสิ่งที่คุณต้องการเป็นสิ่งที่กฎบอก ก่อนเริ่ม หามาตรฐานที่ยุติธรรมร่วมกับอีกฝ่าย 
.
ขั้นตอนที่ 3: คิดตัวเลือกที่ได้ประโยชน์ร่วมกัน 
จากตัวอย่างเด็กทะเลาะเรื่องส้ม แทนที่จะแบ่งครึ่ง พวกเขาหาวิธีให้ทั้งคู่ได้ 100% ของสิ่งที่ต้องการ รวมตัวกับฝ่ายของคุณหรืออีกฝ่ายแล้วระดมสมองหาทางแก้ปัญหาทั้งหมด ปล่อยให้ไอเดียไหลอย่างอิสระ อย่าตัดสินหรือเลือกไอเดียในขั้นแรก แยกการระดมสมองออกจากการเลือก 
.
ขั้นตอนที่ 4: แยกคนออกจากปัญหา 
ก่อนเริ่มเจรจา จินตนาการเส้นแนวตั้งแบ่งคนครึ่งหนึ่ง ข้างหนึ่งคือคน อีกข้างคือปัญหา ให้ความสำคัญกับคนเป็นอันดับแรก เป้าหมายคือนุ่มนวลกับคน แต่แข็งกร้าวกับปัญหา มักจะนุ่มนวลกับคนจนนุ่มนวลกับปัญหาด้วยและไม่ได้สิ่งที่ต้องการ หรือแข็งกร้าวกับปัญหาแต่แข็งกร้าวกับคนด้วยจนทำลายความสัมพันธ์ ชมเชยเมื่อทำได้และชื่นชมความพยายาม 
.
เมื่ออีกฝ่ายไม่เล่นตามกฎ หากพวกเขาใช้กลยุทธ์สกปรก ให้ชี้ให้เห็นโดยตรง "โจ ดูเหมือนคุณกับเท็ดกำลังเล่นบทดีและบทร้าย" การกล่าวถึงกลยุทธ์จะทำให้มันมีประสิทธิภาพน้อยลง หากพวกเขามีอำนาจมากกว่า ให้พัฒนา BATNA (Best Alternative to a Negotiated Agreement) ยิ่งคุณเดินออกจากการเจรจาได้ง่าย อำนาจของคุณยิ่งมาก หากพวกเขาโจมตีคุณส่วนตัว ใช้ "Negotiation Jujitsu" หลบการโจมตี ถามว่าทำไมพวกเขาถึงต้องการ หากพวกเขาปฏิเสธทุกอย่างที่คุณบอก ให้ขอคำแนะนำ "ถ้าคุณเป็นผม คุณจะทำยังไง" 
.
การเจรจาที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องชนะหรือแพ้ แต่เป็นการทำงานร่วมกันและหาทางแก้ปัญหาที่ตอบสนองผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย เหมือนการเล่นฟริสบี เป้าหมายคือความสนุกร่วมกัน ไม่ใช่การเอาชนะกัน 
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH 
——— 
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน 
#SelfDevelopment
#100WEALTH 
#ไปให้ถึง100ล้าน

80% ของผลลัพธ์มักมาจาก 20% ของสิ่งที่เราทำ

80% ของผลลัพธ์
มักมาจาก 20% ของสิ่งที่เราทำ
~~~~~~

1. ไม่ใช่ทุกอย่างที่สำคัญเท่ากัน
บางงานใช้เวลาเยอะ
แต่ไม่ได้เปลี่ยนอะไรจริง
ในขณะที่บางอย่างเล็กนิดเดียว
กลับส่งผลกับทั้งวัน

2. เรื่องที่พาชีวิตไปไกล มักมีไม่กี่เรื่อง
แต่เราเผลอให้เวลา
กับเรื่องจุกจิก
จนเรื่องสำคัญ
ถูกดันไปไว้ท้ายสุดเสมอ

3. อย่ายุ่งจนลืมถามว่ากำลังก้าวหน้าไหม
เพราะความยุ่ง
กับความเติบโต
ไม่ใช่เรื่องเดียวกันเลย

4. งานที่ให้ผลจริง มักไม่ค่อยส่งเสียงดัง
มันไม่เด้งแจ้งเตือน
ไม่เร่งเราเหมือนแชต
แต่มันคือสิ่งที่ค่อย ๆ
เปลี่ยนอนาคตเราอยู่เงียบ ๆ

5. บางวันแค่ทำสิ่งสำคัญได้เรื่องเดียว ก็นับว่าชนะแล้ว
ไม่ต้องครบทุกอย่าง
แค่เรื่องที่ใช่
ก็มีน้ำหนักมากพอ

6. เราไม่จำเป็นต้องเก่งเรื่องจัดการทุกอย่าง
แต่ควรเก่งเรื่องเลือก
ว่าอะไรควรได้พลังจากเราจริง ๆ

7. การตัดออก สำคัญพอ ๆ กับการลงมือทำ
เพราะบางทีผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
ไม่ได้มาจากการทำเพิ่ม
แต่มาจากการเลิกทำสิ่งที่ไม่จำเป็น

8. คนที่ไปได้ไกล มักไม่ได้ทำมากกว่าเสมอไป
เขาแค่ทำถูกจุดกว่า
เลยไม่ต้องใช้แรงเปลือง
กับทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามา

9. งานบางอย่างดูเหมือนสำคัญ แค่เพราะมันด่วน
แต่สิ่งที่เปลี่ยนชีวิตจริง
มักเป็นสิ่งที่สำคัญ
ไม่ใช่แค่สิ่งที่รีบ

10. ถามตัวเองบ่อย ๆ ว่าอะไรคือตัวทำเงิน ตัวโต และตัวเปลี่ยนชีวิต
แล้วเอาเวลาหลักไปไว้ตรงนั้น
แทนที่จะปล่อยให้ทั้งวันไหลไปกับเรื่องเล็ก ๆ

11. ในความสัมพันธ์ก็เหมือนกัน
คนไม่กี่คน
มักมีผลกับใจเรา
มากกว่าคนมากมาย
ที่คุยกันแบบผ่าน ๆ

12. สุขภาพก็ไม่ได้ต้องแก้ทุกอย่างพร้อมกัน
บางทีแค่นอนให้พอ
กินให้ดีขึ้น
และขยับร่างกายบ้าง
ชีวิตก็เปลี่ยนไปเยอะแล้ว

13. รายได้มักโตจากทักษะหลักไม่กี่อย่าง
ไม่ใช่ทำทุกอย่างเก่งหมด
แต่คือรู้ว่าอะไรคือของจริง
แล้วฝึกมันให้ลึกพอ

14. ปัญหาหลายอย่างก็มีต้นตอไม่กี่เรื่อง
ถ้าแก้ตรงนั้นได้
เรื่องอื่น ๆ มักเบาตามลงไปเอง
โดยไม่ต้องไปไล่ดับทีละจุด

15. เหนื่อยน้อยลง เมื่อเลิกให้ค่ากับทุกเรื่องเท่ากัน
บางข้อความไม่ต้องรีบตอบ
บางคำพูดไม่ต้องเก็บ
บางงานไม่ต้องรับ
ชีวิตจะโล่งขึ้นเยอะ

16. เวลาเป็นของแพง เลยควรใช้กับของจริง
ของจริงคือสิ่งที่ทำแล้ว
วันข้างหน้าดีขึ้น
ไม่ใช่แค่ทำให้วันนี้ดูยุ่ง

17. 20% ที่สำคัญ มักต้องใช้ความกล้าพอสมควร
กล้าปฏิเสธ
กล้าโฟกัส
กล้าปล่อยบางอย่างตกไป
เพื่อรักษาของสำคัญเอาไว้

18. 80% ของผลลัพธ์มักมาจาก 20% ของสิ่งที่เราทำ
เพราะงั้นอย่าเอาแรงทั้งชีวิต
ไปโปรยใส่ทุกอย่างเท่ากัน
เลือกให้ดี
แล้วทุ่มให้ถูกจุด
บางทีชีวิตไม่ต้องเหนื่อยกว่าเดิม
แต่มันอาจไปได้ไกลกว่าเดิมมากเลย

#80เปอร์เซ็นต์ของผลลัพธ์มาจาก20เปอร์เซ็นต์ของสิ่งที่เราทำ
#เติบโตอย่างอ่อนโยน
#จิตวิทยาพัฒนาตัวเอง


ภาษาอังกฤษ​ 40​ ประโยค​ที่ใช้พูด​บ่อย.

1. No way! โน เวย์! / ไม่มีทาง 2. That’s fine. แด็ทส์ ไฟน / ไม่เป็นไร 3. What’s up? ว็อทส์ อัพ? / เป็นไงบ้าง 4. Why not? – วาย ...