หากคุณคิดจะทดสอบความสามารถของใครสักคน
ที่คุณเชื่อว่าเก่งพอ ๆ กับคุณเอง
ก็ขอเตือนให้ระวังให้ดี
เพราะบางทีเขาอาจจะเก่งกว่าที่คุณคิดไว้มาก
หลังจากที่โจโฉปราบลิโป้สำเร็จ
จอมทัพผู้เกรียงไกรก็เชิญเล่าปี่มาอยู่ด้วยในเมืองหลวง
ด้วยความสงสัยว่าเล่าปี่อาจจะมีความทะเยอทะยาน
ในการตั้งตัวเป็นใหญ่ในอนาคต
และอาจกลายเป็นภัยต่อเขาได้ในวันข้างหน้า
ด้วยเหตุนี้ โจโฉจึงวางเล่าปี่ไว้ใกล้ตัว
ตามหลักการที่ว่า “เก็บศัตรูไว้ใกล้สายตา”
เพื่อสังเกตพฤติกรรม
ว่าหากวันใดเล่าปี่เริ่มแสดงศักยภาพ
เหมือนมังกรที่พร้อมจะทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า
โจโฉก็จะสามารถกำจัดเขาได้โดยง่าย
ในเวลาเดียวกัน
เล่าปี่ก็เป็นคนที่มีเป้าหมายอันยิ่งใหญ่
เช่นเดียวกับที่โจโฉคาดไว้
เขารู้ดีว่าโจโฉกำลังเฝ้าจับตามองเขาอยู่
เล่าปี่จึงแสดงออกอย่างระมัดระวัง
ทำตัวให้ดูธรรมดา ไม่ศึกษาตำรา ไม่ฝึกอาวุธ
และไม่พูดถึงการเมือง!
เขาเพียงแต่ใช้ชีวิตเรียบง่าย ปลูกผักในสวนครัวทุกวัน
แม้กระนั้น โจโฉยังคงเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตัวเอง
ว่าเล่าปี่ไม่ใช่คนธรรมดา
อยู่มาวันหนึ่งจอมคนแซ่โจจึงเชิญเล่าปี่มาร่วมวงดื่มสุรา
ระหว่างการดื่ม โจโฉยิงคำถามหลายคำถาม
เพื่อดูท่าทีของพระเจ้าอาแซ่เล่า
แต่เล่าปี่ก็ตอบเลี่ยงอย่างฉลาด
พยายามไม่ให้โจโฉจับพิรุธได้
แต่แล้วทันใดนั้น เสียงฟ้าร้องก็ดังขึ้น
เล่าปี่จึงอาศัยจังหวะนี้..
แสร้งทำเป็นตกใจ จนตะเกียบหลุดจากมือ
โจโฉเห็นเช่นนั้นก็หัวเราะขึ้นมา
คิดว่ายอดคนที่ไหนจะมากลัวกับแค่เสียงฟ้าร้อง
หลังจากนั้น โจโฉจึงปล่อยเล่าปี่ไป
เพราะไม่คิดว่าเขาจะเป็นภัยอีกต่อไป
แต่กลับไม่รู้เลยว่า..
เล่าปี่จะกลายเป็นศัตรูสำคัญที่เขาต้องต่อสู้จนวาระสุดท้าย
ดังคำที่ว่าปล่อย “ศัตรูวันเดียวมีภัยร้ายชาติ”
การประเมินว่าใครสักคนด้อยกว่าเราในขณะหนึ่ง
ไม่ได้หมายความว่าเขาจะด้อยกว่าตลอดไป
และไม่ได้แปลว่าเราจะเหนือกว่าเขาตลอดไป
ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้
หากคุณมีความสามารถ
คุณจะสังเกตเห็นได้ง่ายว่าใครมีศักยภาพ
แม้ว่าปัจจุบันเขาอาจจะยังไม่โดดเด่น
ความได้เปรียบอยู่ตรงที่คุณสามารถคาดการณ์ตำแหน่งในอนาคตของทั้งมิตรและศัตรูได้
แต่ระวังไว้ว่า หากอีกฝ่ายก็มองคุณออกเช่นกัน
เขาอาจจะแสร้งทำตัวไม่เก่งเพื่อหลอกคุณ
และเมื่อคุณมั่นใจว่าเขาไร้ความสามารถ
นั่นอาจเป็นกับดักของเขา
เพราะเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม..
เขาอาจย้อนกลับมาทำร้ายคุณจนถึงที่สุด
#สามก๊กตงง้วน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น